รายงานผลการประเมิน

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

ตัวชี้วัดในองค์ประกอบที่ 1 จะต้องเป็นตัวชี้วัดที่มีลักษณะดังต่อไปนี้  
1.1 ตัวชี้วัดตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล แผนระดับชาติ และจากห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (Result Chain) ตามกรอบการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน
1.2 ตัวชี้วัดร่วม (Joint KPIs) กับส่วนราชการหรือองค์การมหาชน ได้แก่ 
1.2.1 ตัวชี้วัดร่วมที่ดำเนินการร่วมกับส่วนราชการ จำนวน 7 ประเด็นได้แก่ (1) การบริหารจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟูน้ำทั้งระบบ  (2) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  (3) รายได้จากการท่องเที่ยว  (4) รายได้ของผู้ประกอบการ SMES และ OTOP  (5) การลดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 (6) การยกระดับผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล (PISA)  และ (7) การแก้ไขปัญหายาเสพติด  
1.2.2 ตัวชี้วัดร่วมที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน จำนวน 3 ภารกิจ ได้แก่  (1) การป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากภัยทางไซเบอร์  (2) การบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน และ (3) การนำงานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ 
1.3 ตัวชี้วัดสากล (International KPIs) การจัดอันดับในระดับสากล (International Ranking) หรือตัวชี้วัดเทียบเคียงกับตัวชี้วัดสากล
1.4 ตัวชี้วัดสำหรับการขับเคลื่อนตามแนวทางการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 
เพื่อยกระดับการให้บริการ (e-Service)

รายละเอียดตัวชี้วัด

• ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการรับรองสมรรถนะของกำลังคนตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระบวนการรับรองเพื่อให้บุคคลได้รับการยอมรับใน ความรู้ ทักษะ ตลอดจนความสามารถ และได้รับคุณวุฒิวิชาชีพที่สอดคล้องกับสมรรถนะประสบการณ์และความรู้ และใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพของตนในอนาคต โดยคุณวุฒิวิชาชีพสามารถเทียบเคียง และเชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิอื่นๆของประเทศได้

• ผู้ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะ ในกลุ่มผู้มีสรรถนะในคุณวุฒิวิชาชีพระดับ 5 ขึ้นไป หากเทียบเคียงกับคุณวุฒิทางการศึกษา ตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติแล้วนั้น จะเทียบได้กับผู้ที่จบการศึกษาในระดับ ปวช. ขึ้นไป (ระดับ 4 = คุณวุฒิการศึกษา ปวส. ระดับ 5 = คุณวุฒิการศึกษา ปวส. ระดับ 6 = คุณวุฒิการศึกษา ป.ตรี ระดับ 7 = คุณวุฒิการศึกษา ป.โท ระดับ 8 = คุณวุฒิการศึกษา ป.เอก) ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพของกำลังคน ลดระยะเวลาของกำลังแรงงานที่จะต้องเข้าสู่ระบบการศึกษาก่อนถึงจะเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ และยังสามารถเพิ่มปีการศึกษาเฉลี่ยของกำลังคน เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

• การได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะที่สูงขึ้นจากวุฒิการศึกษาเป็นการพัฒนาเพื่อพัฒนากำลังคนซึ่งเป็นกำลังสมองของประเทศ (brain power) นอกเหนือจากคุณวุฒิการศึกษาในสถานศึกษา

• ผู้ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ คุณวุฒิระดับ 5 ขึ้นไป คือ จำนวนผู้ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะ ตามมาตรฐานอาชีพ คุณวุฒิวิชาชีพระดับ 5 ขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ผ่านการรับรอง 1 สมรรถนะในคุณวุฒิระดับ 5 ขึ้นไป จะได้หนังสือรับรองสมรรถนะ และหากผ่านการรับรองในทุกสมรรถนะในระดับ 5 จะได้รับใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละของผู้ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะ คุณวุฒิวิชาชีพระดับ 5 ขึ้นไป 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

แผนปฏิบัติการ พ.ศ. 2569 ของ สคช. สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต (แผนย่อยการพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน) ประเด็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต (แผนย่อยอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต) ประเด็นการท่องเที่ยว (แผนย่อยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย) ประเด็นผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ (แผนย่อยการสร้างความเข้มแข็งผู้ประกอบการอัจฉริยะ) ประเด็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (แผนย่อยการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) ประเด็นความมั่นคง (แผนย่อยความมั่นคง) และประเด็นการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ (แผนย่อยการพัฒนาบริการประชาชน) และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต รวมถึงหมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัลของอาเซียน หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน และ หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน และมีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในนโยบายเร่งด่วนได้แก่ การสร้างสันติภาพและสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การดูแล ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย /SMEs และนโยระยะกลาง และระยะยาว ได้แก่ การสร้างโอกาสต่อยอดจากอุตสาหกรรมเดิม การส่งเสริมโอกาสในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัย ยกระดับทักษะ ปลดล็อกศักยภาพคนไทย สร้างงานสร้างรายได้ การพัฒนา Soft Power และพลิกฟื้นความเชื่อมั่น ปฏิรูประบบราชการ / ยกระดับการบริการภาครัฐ

สูตรคำนวณเป้าหมาย : (จำนวนผู้ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะของกำลังคนในกำลังคนตามนโยบายรัฐบาล ณ สิ้นปีงบประมาณ)) *100/จำนวนกำลังคนตามนโยบายรัฐบาลที่เข้ารับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งหมดในปีงบประมาณ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละผู้ได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะของกำลังคนตามนโยบายรัฐบาล 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

- มาตรฐานอาชีพ เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นสำหรับการปฏิบัติงานในอาชีพ เป็นแนวทางหรือเกณฑ์ที่ควรปฏิบัติตาม และเป็นกรอบหรือแนวทางในการจัดฝึกอบรม จัดการศึกษา หรือการประเมินให้บุคคล

- สมรรถนะ คือ ความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงานหรือประกอบอาชีพซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานอาชีพ ที่บุคคลต้องนำไปประยุกต์ใช้

- สมรรถนะสนับสนุนการทำงาน คือ ความรู้ ความสามารถและทักษะของบุคคลที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการทำงานหรือประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
จำนวนมาตรฐานอาชีพ/สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพที่มีการจัดทำเพิ่ม 0.00 (จำนวน)
จำนวนมาตรฐานอาชีพ/สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพที่มีการทบทวน 0.00 (จำนวน)

รายละเอียดตัวชี้วัด

• การรับรองสมรรถนะของบุคคล

1) องค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ                         

2) องค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการฝึกอบรม

3) การจัดฝึกอบรมในสถานประกอบการ ตามหลักสูตรที่ สคช. ให้ความเห็นชอบ         

4) หลักสูตรการเรียนรู้ในสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองหลักสูตรจาก สคช.

5) การรับรองผ่านการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพโดย สคช.

• ผู้รับบริการ แบ่งได้เป็น ผู้เข้ารับการประเมิน กลุ่มผู้ประกอบการ/นายจ้าง/สมาคม / สมาพันธ์ /หน่วยฝึกอบรม/ สถาบันการศึกษา / ชมรมต่าง ๆ และกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

• ดำเนินการสำรวจโดย หน่วยงานอิสระภายนอก (third party)

• การสะท้อนความสามารถของ สคช. ในการรับรองสมรรถนะของบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพต่อความต้องการและระดับของความคาดหวังของผู้รับบริการ

• มีการวิเคราะห์ผู้รับบริการในทุกระดับของการรับรองสมรรถนะของบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพ ออกแบบเครื่องมือการสำรวจ และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการ

• โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม (Questionnaires) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ (Check List) และแบบประมาณค่า (Rating Scale) เพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการต่อการรับรองสมรรถนะของบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพ โดยมีการวัดแบ่งเป็นสเกลระดับความเชื่อมั่น 5 ระดับตั้งแต่ 1-5 รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (Open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยการออกแบบเครื่องมือแบบสอบถาม (Questionnaires) ประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ได้แก่
-  ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน
-  ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน
-  ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน
-  ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส
-  ความเชื่อมั่นในภาพรวม

• ประเด็นความเชื่อมั่น วัดความเชื่อมั่นใน เครื่องมือ, กระบวนการประเมิน, ผู้ประเมิน, ผลการประเมิน

• มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสังคม คือ การประเมินมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสังคมจากการใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพในการรับรองและยกระดับสมรรถนะกำลังคน โดยอาศัยข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งสัมภาษณ์เชิงลึก และการสอบถามกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย กลุ่มผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพกลุ่มผู้ประกอบการ/นายจ้าง/สมาคม / สมาพันธ์ /หน่วยฝึกอบรม/ สถาบันการศึกษา / ชมรมต่าง ๆ และกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น ค่าตอบแทนที่ได้จากโอกาสที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีหนังสือรับรองมาตรฐานอาชีพประกอบการสมัครงาน (กรณีเข้าทำงานใหม่) ค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะ รายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพหรือหนังสือรับรองสมรรถนะ (กรณีประกอบอาชีพอิสระ) การลดต้นทุนในการคัดเลือกบุคลากร เข้าทำงาน การลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน

• เกณฑ์การประเมินผล

ระดับ 5 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูงมาก 4.21 ขึ้นไป (ร้อยละ 84.10 ขึ้นไป)

ระดับ 4 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูง 3.41- 4.20 (ร้อยละ 68.10 – 84.10)

ระดับ 3 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับปานกลาง 2.61-3.40 (ร้อยละ 52.10 – 68.10) 

ระดับ 2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อย 1.81 - 2.60 (ร้อยละ 36.10 – 52.10)

ระดับ 1 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อยที่สุด 1.00 – 1.80 (ร้อยละ 20 – 36.10)

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละความเชื่อมั่นของผู้รับบริการต่อการรับรองสมรรถนะของบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพ 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

การจัดกิจกรรมร่วมกัน หมายถึง การประชุม หารือ ให้คำปรึกษา ใช้สถานที่ บุคลากร หรือทรัพยากรร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน ทั้งนี้ ให้ สบร. และองค์การมหาชน ระบุบทบาทของหน่วยงานในการบูรณาการฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและประโยชน์ในการติดตามทำงานของทุกหน่วยงาน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ระดับความสำเร็จของการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน ไม่ผ่าน
ระดับความสำเร็จของการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน ไม่ผ่าน
ระดับความสำเร็จของการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างองค์การมหาชน ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

งานบริการ หมายถึง กระบวนงานบริการแต่ละกรณีที่ให้บริการ แล้ว (เช่น ขอใหม่ ขอต่ออายุ ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ขอโอน ขอยกเลิก เป็นต้น) ที่หน่วยงานต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service และที่หน่วยงานสามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service ได้ โดยมีงานบริการที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 11 งานบริการ ได้แก่

- Self Assessment

- การขอใบเสร็จ

- การเข้าใช้งานระบบการเรียนรู้สมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพอิเล็กทรอนิกส์ (E–Training)

- การปฏิบัติงานสำหรับผู้ตรวจประเมินองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ และผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานอาชีพที่กำหนด

- การฝึกอบรบผู้เชี่ยวชาญ

- การอบรมมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สอบขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ

- ขอสิทธิ์การเข้าถึง e-Filing

- คู่มือสำหรับผู้เข้ารับการประเมินสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ

- ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร

- ตรวจสอบ/ติดตาม สถานะ การสมัคร

- ยื่นคำขอใบประกาศนียบัตร/หนังสือรับรองมาตรฐานอื่นๆ

งานบริการที่พัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางแล้ว หมายถึง กระบวนงานที่พัฒนาและเชื่อมโยงกับ Biz Portal หรือแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แล้วทุกกระบวนงานก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกระบวนงานที่พัฒนาเชื่อมโยงได้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

หน่วยงานที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง หน่วยงานที่มีงานบริการภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง  ระบบ Citizen Portal (แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐ ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566

สูตรการคำนวณ : ค่าเฉลี่ย = (n1+n2+n3+n... ) / N 

n = ความสำเร็จของแต่ละงานบริการ

N = จำนวนงานบริการทั้งหมด

 

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละเฉลี่ยของงานบริการที่พัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (สคช) 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

  • สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2567 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด​
  • ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices​
  • ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ ​https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/​
  • เป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 – 2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) : สัดส่วนหน่วยงานระดับกรมที่มีระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในระดับ 4 ขึ้นไปต่อหน่วยงานภาครัฐระดับกรมทั้งหมด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2570)
ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2567 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด​ ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices​ ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ ​ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/​ เป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 – 2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) : สัดส่วนหน่วยงานระดับกรมที่มีระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในระดับ 4 ขึ้นไปต่อหน่วยงานภาครัฐระดับกรมทั้งหมด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2570) ไม่ผ่าน
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2567 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด​ ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices​ ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ ​ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/​ เป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 – 2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) : สัดส่วนหน่วยงานระดับกรมที่มีระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในระดับ 4 ขึ้นไปต่อหน่วยงานภาครัฐระดับกรมทั้งหมด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2570) ไม่ผ่าน
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2567 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด​ ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices​ ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ ​ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/​ เป้าหมายแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2566 – 2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) : สัดส่วนหน่วยงานระดับกรมที่มีระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในระดับ 4 ขึ้นไปต่อหน่วยงานภาครัฐระดับกรมทั้งหมด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2570) ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานของรัฐพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน​

- พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จากสำนักงาน ก.พ.ร.​

- พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย ​
หมวด 1 การนำองค์การ ​
หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ​
หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ​
หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ ​
หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร ​
หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ ​
หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
การประเมินสถานะของหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) 0.00 (คะแนน)

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​
ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​
ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​

การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้

1. การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน

2. การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน

3. การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​
ความเสี่ยง

4. การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​
ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​
ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​

การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้

2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)

1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​

2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี

2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2)

1) ด้านการบริหารการเงิน​

2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​

3) ด้านการบริหารทั่วไป​

4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​

5) ด้านการบริหารการประชุม

2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2)
1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​

2) การตรวจสอบภายใน

2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)

1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​

2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​

3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​

4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
คณะกรรมการเห็นชอบยุทธศาสตร์/แผน 5 ปี และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้ง รวมทั้งให้ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะต่อยุทธศาสตร์/แผนภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​
ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​
ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​

การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้
2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​
2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี
2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2)
1) ด้านการบริหารการเงิน​
2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​
3) ด้านการบริหารทั่วไป​
4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​
5) ด้านการบริหารการประชุม
2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2)
1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​
2) การตรวจสอบภายใน
2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​
2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​
3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​
4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​
ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​
ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​

การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้
2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​
2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี
2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2)
1) ด้านการบริหารการเงิน​
2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​
3) ด้านการบริหารทั่วไป​
4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​
5) ด้านการบริหารการประชุม
2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2)
1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​
2) การตรวจสอบภายใน
2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​
2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​
3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​
4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​
ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​
ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​

การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้
2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​
2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี
2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2)
1) ด้านการบริหารการเงิน​
2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​
3) ด้านการบริหารทั่วไป​
4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​
5) ด้านการบริหารการประชุม
2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2)
1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​
2) การตรวจสอบภายใน
2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3)
1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​
2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​
3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​
4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความอิสระ คล่องตัวในการบริหารงานภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการองค์การมหาชนในการกำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ​ ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการทบทวนบทบาทขององค์การมหาชน​ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับบริการและสภาพการณ์ปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที​ การประเมินการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานในการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และส่งเสริมให้คณะกรรมการองค์การมหาชนมีเครื่องมือกำกับการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยพิจารณาจากความสำเร็จของการควบคุมดูแลกิจการองค์การมหาชนของคณะกรรมการองค์การมหาชนใน 4 ประเด็น โดยมีรายละเอียดและสัดส่วนน้ำหนักในแต่ละประเด็น ดังนี้ 2.3.1 การกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทาง​การขับเคลื่อนองค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) จัดให้มีหรือทบทวนยุทธศาสตร์/​แผนระยะยาวขององค์การมหาชน​ 2) จัดให้มีหรือทบทวนแผนปฏิบัติการประจำปี 2.3.2 การบริหารจัดการและผลการปฏิบัติงาน​ (ร้อยละ 2) 1) ด้านการบริหารการเงิน​ 2) ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ​ 3) ด้านการบริหารทั่วไป​ 4) ด้านการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/​การตอบสนองต่อประชาชน ​ 5) ด้านการบริหารการประชุม 2.3.3 การควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหาร​ความเสี่ยง​ (ร้อยละ 2) 1) การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง ​ 2) การตรวจสอบภายใน 2.3.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน​ (ร้อยละ 3) 1) คณะกรรมการกำกับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ​มีการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี มีรายงานระบุปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ และมีการติดตามการดำเนินงาน​ 2) คณะกรรมการพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย​ในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีที่ท้าทายสะท้อนประสิทธิภาพ​ 3) คณะกรรมการกำกับ ติดตามการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนให้บรรลุเป้าหมาย และเป็นไปตามกรอบที่กำหนด​ 4) คณะกรรมการกำกับ ติดตามให้มีรายงานความคืบหน้า​ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเป็นระยะ และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนตามกรอบเวลาที่กำหนด ไม่ผ่าน