รายงานผลการประเมิน
พระนครศรีอยุธยา
/ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
- รายได้จากการท่องเที่ยวเป็นยอดรวมของรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและรายได้จากการท่องเที่ยวของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
- ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย หมายถึง นักท่องเที่ยวชาวไทย (ค้างคืน) และนักทัศนาจรชาวไทย (ไม่ค้างคืน)
- รายได้ของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยพิจารณาจากการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งเพื่อตนเองหรือเป็นของฝาก ซึ่งครอบคลุมรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย
(ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่มิใช่ถิ่นที่อยู่ปกติ) ทั้งแบบพักค้างคืน และเช้าไป-เย็นกลับ
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| รายได้จากการท่องเที่ยว | 0.00 (ล้านบาท) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ประเมินจากรายได้การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (1 ตุลาคม 2568-30 กันยายน 2569)
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) | 0.00 (ล้านบาท) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี หมายถึง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป พิจารณาจากคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ หมายถึง มีคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เฉลี่ยในรอบการวัด ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป
-
แหล่งน้ำ หมายถึง แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำนิ่ง โดยจำนวนแหล่งน้ำที่ใช้วัด 65 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภทของแหล่งน้ำ และแหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวม 63 จังหวัด
- แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำท่าจีน (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสงคราม แม่น้ำพอง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำตะคอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำเพชรบุรี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำปัตตานี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำตาปี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำระยอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำกก แม่น้ำกวง แม่น้ำจาง แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำลี้ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำอิง แม่น้ำอูน แม่น้ำเลย แม่น้ำลำชี แม่น้ำลำปาว แม่น้ำเสียว แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำพังราด (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำหลังสวน (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำชุมพร แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี
- แหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หนองหาร ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย และทะเลหลวง -
ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เป็นการประเมินผลลัพธ์ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่
1) ออกซิเจนละลายน้ำ : DO
2) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ : BOD
3) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด : TCB
4) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด : FCB
5) แอมโมเนีย : NH3-N
-
ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ มีหน่วยเป็นคะแนน เริ่มจาก 0 ถึง 100 คะแนน ดังนี้
91-100 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
71-90 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
61-70 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้
31-60 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
0-30 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก
-
ข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จะใช้ค่าเฉลี่ยคะแนน WQI 4 ปี ย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564, 2565 และ 2567, 2568 (จะไม่นำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นฐานการคำนวณค่าเป้าหมาย เนื่องจากมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง)
-
การจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ เพื่อกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด แบ่งตามคุณภาพน้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (31 - 60 คะแนน)
- กลุ่มที่ 2 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (61 - 70 คะแนน)
- กลุ่มที่ 3 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี (71 - 90 คะแนน)
-
แนวทางการกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะใช้วิธีวัดผลการดำเนินงานเป็นแหล่งน้ำ เช่นเดียวกับปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำมักจะมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจังหวัดที่อยู่ปลายน้ำ โดยเป็นค่าเฉลี่ยของการวัดคุณภาพน้ำ (WQI) จากทุกจุดวัดในแหล่งน้ำเดียวกัน แล้วแสดงเป็นผลการดำเนินงาน เป็นค่าคะแนนเดียวกันทุกจังหวัดที่อยู่ในแหล่งน้ำเดียวกัน เช่น แหล่งน้ำเสียว ไหลผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ให้นำผล WQI ที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วนำมากำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด
ในแต่ละรอบการวัด ผลการประเมินที่ได้จะเป็นผลการดำเนินการเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด -
กรณีจังหวัดที่มีหลายแหล่งน้ำ จะรับผลการดำเนินงานทุกแหล่งน้ำ เช่น จังหวัดสิงห์บุรีมี 3 แหล่งน้ำ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี โดยกำหนดน้ำหนักของแต่ละแหล่งน้ำ
ตามการจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ กรณีแหล่งน้ำอยู่ในกลุ่ม “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม” จะให้
ค่าน้ำหนักมากกว่า “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้” และ “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี” แล้วนำผลที่วัดได้ทั้ง 3 แหล่งน้ำ มาเฉลี่ยเป็นผลการดำเนินงานของจังหวัด -
การประเมินผล
- รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 [จัดเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 และ (2) มกราคม - มีนาคม 2569]
- รอบ 12 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 [จัดเก็บข้อมูล 4 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 (2) มกราคม - มีนาคม 2569 (3) เมษายน - มิถุนายน 2569 และ (4) กรกฎาคม - กันยายน 2569]
รายละเอียดตัวชี้วัด
- คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี หมายถึง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป พิจารณาจากคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ หมายถึง มีคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เฉลี่ยในรอบการวัด ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป
- แหล่งน้ำ หมายถึง แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำนิ่ง โดยจำนวนแหล่งน้ำที่ใช้วัด 65 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภทของแหล่งน้ำ และแหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวม 63 จังหวัด
- แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำท่าจีน (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสงคราม แม่น้ำพอง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำตะคอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำเพชรบุรี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำปัตตานี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำตาปี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำระยอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำกก แม่น้ำกวง แม่น้ำจาง แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำลี้ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำอิง แม่น้ำอูน แม่น้ำเลย แม่น้ำลำชี แม่น้ำลำปาว แม่น้ำเสียว แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำพังราด (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำหลังสวน (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำชุมพร แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี
- แหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หนองหาร ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย และทะเลหลวง - ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เป็นการประเมินผลลัพธ์ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่
1) ออกซิเจนละลายน้ำ : DO
2) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ : BOD
3) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด : TCB
4) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด : FCB
5) แอมโมเนีย : NH3-N - ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ มีหน่วยเป็นคะแนน เริ่มจาก 0 ถึง 100 คะแนน ดังนี้
91-100 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
71-90 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
61-70 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้
31-60 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
0-30 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก - ข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จะใช้ค่าเฉลี่ยคะแนน WQI 4 ปี ย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564, 2565 และ 2567, 2568 (จะไม่นำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นฐานการคำนวณค่าเป้าหมาย เนื่องจากมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง)
- การจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ เพื่อกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด แบ่งตามคุณภาพน้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (31 - 60 คะแนน)
- กลุ่มที่ 2 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (61 - 70 คะแนน)
- กลุ่มที่ 3 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี (71 - 90 คะแนน) - แนวทางการกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะใช้วิธีวัดผลการดำเนินงานเป็นแหล่งน้ำ เช่นเดียวกับปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำมักจะมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจังหวัดที่อยู่ปลายน้ำ โดยเป็นค่าเฉลี่ยของการวัดคุณภาพน้ำ (WQI) จากทุกจุดวัดในแหล่งน้ำเดียวกัน แล้วแสดงเป็นผลการดำเนินงาน เป็นค่าคะแนนเดียวกันทุกจังหวัดที่อยู่ในแหล่งน้ำเดียวกัน เช่น แหล่งน้ำเสียว ไหลผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ให้นำผล WQI ที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วนำมากำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดในแต่ละรอบการวัด ผลการประเมินที่ได้จะเป็นผลการดำเนินการเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด
- กรณีจังหวัดที่มีหลายแหล่งน้ำ จะรับผลการดำเนินงานทุกแหล่งน้ำ เช่น จังหวัดสิงห์บุรีมี 3 แหล่งน้ำ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี โดยกำหนดน้ำหนักของแต่ละแหล่งน้ำตามการจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ กรณีแหล่งน้ำอยู่ในกลุ่ม “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม” จะให้ค่าน้ำหนักมากกว่า “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้” และ “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี” แล้วนำผลที่วัดได้ทั้ง 3 แหล่งน้ำ มาเฉลี่ยเป็นผลการดำเนินงานของจังหวัด
- การประเมินผล
- รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากคาคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหลงน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 [จัดเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 และ (2) มกราคม - มีนาคม 2569]
- รอบ 12 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 [จัดเก็บข้อมูล 4 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 (2) มกราคม - มีนาคม 2569 (3) เมษายน - มิถุนายน 2569 และ (4) กรกฎาคม - กันยายน 2569]
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ลพบุรี | 0.00 (คะแนน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี หมายถึง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป พิจารณาจากคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ หมายถึง มีคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เฉลี่ยในรอบการวัด ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป
- แหล่งน้ำ หมายถึง แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำนิ่ง โดยจำนวนแหล่งน้ำที่ใช้วัด 65 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภทของแหล่งน้ำ และแหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวม 63 จังหวัด
- แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำท่าจีน (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสงคราม แม่น้ำพอง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำตะคอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำเพชรบุรี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำปัตตานี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำตาปี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำระยอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำกก แม่น้ำกวง แม่น้ำจาง แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำลี้ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำอิง แม่น้ำอูน แม่น้ำเลย แม่น้ำลำชี แม่น้ำลำปาว แม่น้ำเสียว แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำพังราด (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำหลังสวน (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำชุมพร แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี
- แหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หนองหาร ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย และทะเลหลวง - ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เป็นการประเมินผลลัพธ์ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่
1) ออกซิเจนละลายน้ำ : DO
2) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ : BOD
3) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด : TCB
4) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด : FCB
5) แอมโมเนีย : NH3-N - ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ มีหน่วยเป็นคะแนน เริ่มจาก 0 ถึง 100 คะแนน ดังนี้
91-100 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
71-90 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
61-70 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้
31-60 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
0-30 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก - ข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จะใช้ค่าเฉลี่ยคะแนน WQI 4 ปี ย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564, 2565 และ 2567, 2568 (จะไม่นำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นฐานการคำนวณค่าเป้าหมาย เนื่องจากมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง)
- การจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ เพื่อกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด แบ่งตามคุณภาพน้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (31 - 60 คะแนน)
- กลุ่มที่ 2 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (61 - 70 คะแนน)
- กลุ่มที่ 3 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี (71 - 90 คะแนน) - แนวทางการกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะใช้วิธีวัดผลการดำเนินงานเป็นแหล่งน้ำ เช่นเดียวกับปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำมักจะมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจังหวัดที่อยู่ปลายน้ำ โดยเป็นค่าเฉลี่ยของการวัดคุณภาพน้ำ (WQI) จากทุกจุดวัดในแหล่งน้ำเดียวกัน แล้วแสดงเป็นผลการดำเนินงาน เป็นค่าคะแนนเดียวกันทุกจังหวัดที่อยู่ในแหล่งน้ำเดียวกัน เช่น แหล่งน้ำเสียว ไหลผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ให้นำผล WQI ที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วนำมากำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดในแต่ละรอบการวัด ผลการประเมินที่ได้จะเป็นผลการดำเนินการเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด
- กรณีจังหวัดที่มีหลายแหล่งน้ำ จะรับผลการดำเนินงานทุกแหล่งน้ำ เช่น จังหวัดสิงห์บุรีมี 3 แหล่งน้ำ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี โดยกำหนดน้ำหนักของแต่ละแหล่งน้ำตามการจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ กรณีแหล่งน้ำอยู่ในกลุ่ม “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม” จะให้ค่าน้ำหนักมากกว่า “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้” และ “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี” แล้วนำผลที่วัดได้ทั้ง 3 แหล่งน้ำ มาเฉลี่ยเป็นผลการดำเนินงานของจังหวัด
- การประเมินผล
- รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากคาคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหลงน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 [จัดเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 และ (2) มกราคม - มีนาคม 2569]
- รอบ 12 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 [จัดเก็บข้อมูล 4 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 (2) มกราคม - มีนาคม 2569 (3) เมษายน - มิถุนายน 2569 และ (4) กรกฎาคม - กันยายน 2569]
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| น้อย | 0.00 (คะแนน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี หมายถึง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป พิจารณาจากคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ หมายถึง มีคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เฉลี่ยในรอบการวัด ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป
- แหล่งน้ำ หมายถึง แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำนิ่ง โดยจำนวนแหล่งน้ำที่ใช้วัด 65 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภทของแหล่งน้ำ และแหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวม 63 จังหวัด
- แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำท่าจีน (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสงคราม แม่น้ำพอง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำตะคอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำเพชรบุรี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำปัตตานี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำตาปี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำระยอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำกก แม่น้ำกวง แม่น้ำจาง แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำลี้ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำอิง แม่น้ำอูน แม่น้ำเลย แม่น้ำลำชี แม่น้ำลำปาว แม่น้ำเสียว แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำพังราด (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำหลังสวน (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำชุมพร แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี
- แหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หนองหาร ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย และทะเลหลวง - ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เป็นการประเมินผลลัพธ์ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่
1) ออกซิเจนละลายน้ำ : DO
2) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ : BOD
3) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด : TCB
4) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด : FCB
5) แอมโมเนีย : NH3-N - ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ มีหน่วยเป็นคะแนน เริ่มจาก 0 ถึง 100 คะแนน ดังนี้
91-100 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
71-90 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
61-70 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้
31-60 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
0-30 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก - ข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จะใช้ค่าเฉลี่ยคะแนน WQI 4 ปี ย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564, 2565 และ 2567, 2568 (จะไม่นำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นฐานการคำนวณค่าเป้าหมาย เนื่องจากมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง)
- การจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ เพื่อกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด แบ่งตามคุณภาพน้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (31 - 60 คะแนน)
- กลุ่มที่ 2 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (61 - 70 คะแนน)
- กลุ่มที่ 3 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี (71 - 90 คะแนน) - แนวทางการกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะใช้วิธีวัดผลการดำเนินงานเป็นแหล่งน้ำ เช่นเดียวกับปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำมักจะมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจังหวัดที่อยู่ปลายน้ำ โดยเป็นค่าเฉลี่ยของการวัดคุณภาพน้ำ (WQI) จากทุกจุดวัดในแหล่งน้ำเดียวกัน แล้วแสดงเป็นผลการดำเนินงาน เป็นค่าคะแนนเดียวกันทุกจังหวัดที่อยู่ในแหล่งน้ำเดียวกัน เช่น แหล่งน้ำเสียว ไหลผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ให้นำผล WQI ที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วนำมากำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดในแต่ละรอบการวัด ผลการประเมินที่ได้จะเป็นผลการดำเนินการเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด
- กรณีจังหวัดที่มีหลายแหล่งน้ำ จะรับผลการดำเนินงานทุกแหล่งน้ำ เช่น จังหวัดสิงห์บุรีมี 3 แหล่งน้ำ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี โดยกำหนดน้ำหนักของแต่ละแหล่งน้ำตามการจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ กรณีแหล่งน้ำอยู่ในกลุ่ม “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม” จะให้ค่าน้ำหนักมากกว่า “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้” และ “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี” แล้วนำผลที่วัดได้ทั้ง 3 แหล่งน้ำ มาเฉลี่ยเป็นผลการดำเนินงานของจังหวัด
- การประเมินผล
- รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากคาคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหลงน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 [จัดเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 และ (2) มกราคม - มีนาคม 2569]
- รอบ 12 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 [จัดเก็บข้อมูล 4 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 (2) มกราคม - มีนาคม 2569 (3) เมษายน - มิถุนายน 2569 และ (4) กรกฎาคม - กันยายน 2569]
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| เจ้าพระยาตอนกลาง | 0.00 (คะแนน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี หมายถึง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ขึ้นไป พิจารณาจากคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสมกับประเภทการใช้ประโยชน์ หมายถึง มีคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เฉลี่ยในรอบการวัด ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป
- แหล่งน้ำ หมายถึง แม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำนิ่ง โดยจำนวนแหล่งน้ำที่ใช้วัด 65 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง กำหนดประเภทของแหล่งน้ำ และแหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ครอบคลุมพื้นที่รวม 63 จังหวัด
- แม่น้ำสายหลัก 59 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย แม่น้ำเจ้าพระยา (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำท่าจีน (ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง) แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำสงคราม แม่น้ำพอง แม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำลำตะคอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำเพชรบุรี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำปากพนัง แม่น้ำปัตตานี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำตาปี (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำระยอง (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำตราด แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำกก แม่น้ำกวง แม่น้ำจาง แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำลี้ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำอิง แม่น้ำอูน แม่น้ำเลย แม่น้ำลำชี แม่น้ำลำปาว แม่น้ำเสียว แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำพังราด (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำหลังสวน (ตอนบน ตอนล่าง) แม่น้ำชุมพร แม่น้ำกุยบุรี และแม่น้ำปราณบุรี
- แหล่งน้ำนิ่ง 6 แหล่งน้ำ ประกอบด้วย กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด หนองหาร ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อย และทะเลหลวง - ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) เป็นการประเมินผลลัพธ์ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่
1) ออกซิเจนละลายน้ำ : DO
2) ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ : BOD
3) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด : TCB
4) การปนเปื้อนของกลุ่มแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์มทั้งหมด : FCB
5) แอมโมเนีย : NH3-N - ค่าคะแนนรวมของคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ มีหน่วยเป็นคะแนน เริ่มจาก 0 ถึง 100 คะแนน ดังนี้
91-100 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
71-90 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
61-70 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้
31-60 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม
0-30 คะแนน คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก - ข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จะใช้ค่าเฉลี่ยคะแนน WQI 4 ปี ย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564, 2565 และ 2567, 2568 (จะไม่นำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นฐานการคำนวณค่าเป้าหมาย เนื่องจากมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำ 3 ครั้ง)
- การจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ เพื่อกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด แบ่งตามคุณภาพน้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม (31 - 60 คะแนน)
- กลุ่มที่ 2 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ (61 - 70 คะแนน)
- กลุ่มที่ 3 ค่า WQI ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี (71 - 90 คะแนน) - แนวทางการกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะใช้วิธีวัดผลการดำเนินงานเป็นแหล่งน้ำ เช่นเดียวกับปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำมักจะมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าจังหวัดที่อยู่ปลายน้ำ โดยเป็นค่าเฉลี่ยของการวัดคุณภาพน้ำ (WQI) จากทุกจุดวัดในแหล่งน้ำเดียวกัน แล้วแสดงเป็นผลการดำเนินงาน เป็นค่าคะแนนเดียวกันทุกจังหวัดที่อยู่ในแหล่งน้ำเดียวกัน เช่น แหล่งน้ำเสียว ไหลผ่าน 3 จังหวัด คือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดศรีสะเกษ ให้นำผล WQI ที่วัดได้ในแต่ละจังหวัดมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วนำมากำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดในแต่ละรอบการวัด ผลการประเมินที่ได้จะเป็นผลการดำเนินการเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด
- กรณีจังหวัดที่มีหลายแหล่งน้ำ จะรับผลการดำเนินงานทุกแหล่งน้ำ เช่น จังหวัดสิงห์บุรีมี 3 แหล่งน้ำ คือ แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี โดยกำหนดน้ำหนักของแต่ละแหล่งน้ำตามการจัดกลุ่มคุณภาพน้ำ กรณีแหล่งน้ำอยู่ในกลุ่ม “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม” จะให้ค่าน้ำหนักมากกว่า “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้” และ “คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี” แล้วนำผลที่วัดได้ทั้ง 3 แหล่งน้ำ มาเฉลี่ยเป็นผลการดำเนินงานของจังหวัด
- การประเมินผล
- รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากคาคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหลงน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569 [จัดเก็บข้อมูล 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 และ (2) มกราคม - มีนาคม 2569]
- รอบ 12 เดือน : พิจารณาจากค่าคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index : WQI) ของแหล่งน้ำและจังหวัดเป้าหมายจากการจัดเก็บในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - กันยายน 2569 [จัดเก็บข้อมูล 4 ครั้ง ได้แก่ (1) ตุลาคม - ธันวาคม 2568 (2) มกราคม - มีนาคม 2569 (3) เมษายน - มิถุนายน 2569 และ (4) กรกฎาคม - กันยายน 2569]
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ป่าสัก | 0.00 (คะแนน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
-
ความสำเร็จในการดำเนินงานพิจารณาจากจำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศโดยทั่วไป ณ 23 มิถุนายน 2565 ที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ให้มีค่าเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง จะต้องไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากเกินจากนี้ให้นับเป็นจำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกินค่ามาตรฐาน
-
พื้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดที่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่มีผลการตรวจวัด รวมจำนวน 73 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) แบ่งเป็นรายภาค ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ตาก นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี
กลุ่มที่ 2 ภาคกลางปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการสมุทรสาคร และนครปฐม (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร)
กลุ่มที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา เลย หนองคาย อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร อุดรธานี บุรีรัมย์ มุกดาหาร บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และหนองบัวลำภู
กลุ่มที่ 4 ภาคกลางและภาคตะวันตก 11 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ลพบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง และชัยนาท
กลุ่มที่ 5 ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี ตราด จันทบุรี และนครนายก
กลุ่มที่ 6 ภาคใต้ 12 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา นราธิวาส ยะลา สตูล นครศรีธรรมราช ตรัง ชุมพร กระบี่ พัทลุง และปัตตานี -
วิธีการเก็บข้อมูลและแหล่งที่มาของข้อมูล : ใช้ผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
การประเมิน
รอบ 6 เดือน : พิจารณาจากจำนวนวันที่มีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ไม่เกินค่ามาตรฐาน (ค่าเฉลี่ยในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยมีการปรับจำนวนวันที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศไม่สามารถตรวจวัดได้ครบ 182 วัน โดยใช้จำนวนวันที่ตรวจวัดได้จริงเทียบสัดส่วนกับ 182 วัน โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2568 ไม่รวมปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และ 2565) เป็นรายภาค และกรณีที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศวัดได้น้อยกว่า 164 วัน (น้อยกว่าร้อยละ 90) จะไม่นำข้อมูลนี้มาคำนวณ
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| จำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน | 0.00 (วัน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
1. ร้อยละของหมู่บ้าน/ชุมชนในจังหวัดที่ผ่านการพิจารณาและรับรองให้เป็น“หมู่บ้าน ปลอดยาเสพติด”
2. ร้อยละของผู้เสพยาเสพติดที่ได้รับความช่วยเหลือจากจำนวนผู้เสพยาเสพติดที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด
รายละเอียดตัวชี้วัด
- การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เร่งด่วน และให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน ผ่านกลไก ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และทหาร เพื่อป้องกัน ปราบปราม และขจัดปัญหายาเสพติด ให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้จัดงานมอบนโยบายการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อแสดงเจตจำนงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่และได้มีการประกาศปฏิญญา “รวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด” รวมทั้งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” เพื่อผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติดและผลักดันให้หมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดก้าวสู่ “หมู่บ้าน/ชุมชนปลอดยาเสพติด” ที่ไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป และ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 กระทรวงมหาดไทย ได้จัดกิจกรรมผนึกกำลัง “มหาดไทย-ตำรวจ-สาธารณสุข” ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดเชิงรุกทุกพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “Zero Drugs Thailand ประเทศไทยต้องปลอดยาเสพติด” และสร้างมาตรฐานการทำงานร่วมกัน และเป็นพลังขับเคลื่อนให้หมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ มุ่งสู่การเป็น “หมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด” และนำไปสู่เป้าหมาย “Zero Drugs Thailand ประเทศไทยต้องปลอดยาเสพติด” อย่างแท้จริง
-
คำนิยาม หมู่บ้านชุมชน/สีขาว ปลอดยาเสพติด หมายถึง
1. หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ดำเนินการค้นหา (Re X-ray) ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ผู้ค้ายาเสพติ ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด) แล้วไม่พบผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ
2. หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ดำเนินการค้นหา (Re X-ray) ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด (ผู้ค้ายาเสพติด ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด) แล้วพบว่า มีผู้ค้ายาเสพติด ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด หรือมีทั้งผู้ค้าและผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด โดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการดำเนินการและสามารถดำเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทุกรายและนำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดทุกรายเข้ารับการบำบัดรักษาตามความเหมาะสมภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับการประเมินจากคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดอำเภอ
วิธีการเก็บข้อมูล : ดำเนินการเก็บข้อมูลผ่านการรายงานผลการดำเนินงานของจังหวัดทุกวันที่ 5 ของเดือน ผ่านระบบ ดังนี้1. ระบบสารสนเทศเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด (MOI Drugs GIS) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
เป้าหมายปี พ.ศ. 2569 (ถ้ามี) : มีจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด คิดเป็นร้อยละ 60 ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดของจังหวัด
เป้าหมายปี พ.ศ. 2569 : ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 (ตัวชี้วัดระดับกรม)
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1. จังหวัดดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดอำเภอ ครบทุกอำเภอ (ขั้นต้น) | ไม่ผ่าน |
| 2. อำเภอจัดส่งรายงานผลแบบประเมินหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดไปยังจังหวัด (ขั้นมาตรฐาน) | ไม่ผ่าน |
| 3. จังหวัดดำเนินการจัดประชุมเพื่อพิจารณาผลการประเมินหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดของทุกอำเภอ (ขั้นมาตรฐาน) | ไม่ผ่าน |
| 4. จังหวัดจัดทำบัญชีหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติดครบทุกอำเภอ (ขั้นสูง) | ไม่ผ่าน |
| 5. จังหวัดรายงานผลการประเมินหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาว ปลอดยาเสพติด ให้กระทรวงมหาดไทยทราบ เป็นประจำทุกเดือน (ขั้นสูง) | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
1. ร้อยละผู้เสพยาเสพติดที่ได้รับความช่วยเหลือจากจำนวนผู้เสพยาเสพติดที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด หมายถึง ผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติด/สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด/ชุมชน ได้รับการติดตาม ดูแล ให้คำปรึกษา แนะนำ ให้ความช่วยเหลือทางด้านสวัสดิการสังคม การสังคมสงเคราะห์ที่จำเป็นและเหมาะสม เปรียบเทียบกับผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติด/สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด/ชุมชน ที่ขอรับการบริการจากศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมในพื้นที่
2. ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ให้คำแนะนำ ปรึกษา และช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่านการบำบัดรักษา
(2) ให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคม รวมทั้งสนับสนุนผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่านการบำบัดรักษาให้ได้มีที่อยู่อาศัย เป็นการชั่วคราว
(3) ช่วยเหลือเกี่ยวกับอาชีพ การศึกษา เงินทุนสงเคราะห์ และให้การสงเคราะห์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพแก่ผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ผ่านการบำบัดรักษา
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนให้นายจ้างหรือสถานประกอบการรับผู้ติดยาเสพติดหรือผ่านการบำบัดรักษาเข้าทำงาน
(5) ส่งเสริมให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการบำบัดรักษาและติดตาม ดูแลและช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดเหรือผู้ผ่านการบำบัดรักษา
เป้าหมายปี พ.ศ. 2569 : ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1. จังหวัดมีหนังสือแจ้งให้อำเภอดำเนินการรับข้อมูลการขอรับความช่วยเหลือของผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และประเมินสภาพปัญหาในการขอความช่วยเหลือ (ขั้นต้น) | ไม่ผ่าน |
| 2. อำเภอติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดที่ขอรับความช่วยเหลือตามความเหมาะสม และจำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยจัดทำรายงานข้อมูลการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ (ขั้นมาตรฐาน) | ไม่ผ่าน |
| 3. รายงานผลการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดลงในระบบ บสต. และสรุปข้อมูลเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด (ขั้นสูง) | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- การประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชน หมายถึง การดำเนินงานเพื่อให้ได้รับรู้ศักยภาพและความสามารถของวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ในเรื่องทิศทางของวิสาหกิจชุมชน
การวางแผนการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน การบริหารตลาด การจัดการความรู้และข้อมูลข่าวสาร การบริหารสมาชิกวิสาหกิจชุมชน กระบวนการจัดการสินค้าและบริการ และผลลัพธ์การดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน
โดยใช้แบบประเมินศักยภาพวิสาหกิจชุมชนเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและสรุปผลการประเมิน เพื่อเป็นข้อมูลให้วิสาหกิจชุมชนใช้ประโยชน์ในการกำหนดแนวทางพัฒนาตนเอง และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องใช้พิจารณากำหนดแนวทางส่งเสริมสนับสนุนตามศักยภาพ - การสรุปศักยภาพโดยรวมของวิสาหกิจชมชน จะดำเนินการโดยนำข้อมูลจากตารางสรุปผลการประเมินมาแทนค่าด้วยคะแนน 3 ระดับ คือ ระดับดี มีค่าเท่ากับ 3 คะแนน ระดับปานกลาง มีค่าเท่ากับ 2 คะแนน
และระดับต้องปรับปรุง มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน จากนั้นหาค่าเฉลี่ยคะแนนโดยการรวมคะแนนทั้งหมดที่ได้หารด้วยจำนวนข้อคำถามที่ประเมิน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับช่วงคะแนนของแต่ละระดับการพัฒนา ดังนี้
- ระดับดี มีช่วงคะแนนระหว่าง 2.34-3.00 คะแนน
- ระดับปานกลาง มีช่วงคะแนนระหว่าง 1.67-2.33 คะแนน
- ระดับต้องปรับปรุง มีช่วงคะแนนระหว่าง 1.00-1.66 คะแนน
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| สัดส่วนของจำนวนวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในระดับดี ต่อจำนวนวิสาหกิจชุมชนที่เข้ารับการประเมิน | 0.00 (แห่ง) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- พิจารณาความสำเร็จของการส่งเสริมให้สถานประกอบการเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียว ในระดับ 2-5 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์และได้รับรองอุตสาหกรรมสีเขียวเทียบจำนวนสถานประกอบการทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงอุตสาหกรรม
- สถานประกอบการ หมายถึง โรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่ 3 ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยนับเฉพาะโรงงานที่แจ้งประกอบกิจการโรงงาน และมีสถานะเปิดดำเนินการ
- สถานประกอบการในระบบอุตสาหกรรมสีเขียวที่อยู่ในระดับ 2-5 หมายถึง สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 2-5 (นับรายปี)
- อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) หมายถึง อุตสาหกรรมที่ยึดมั่นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการยึดมั่นในการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นโมเดลที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดขึ้น ตามแนวคิด “อุตสาหกรรมสีเขียว” แบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่
ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) คือ คือ ความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบโดยทั่วกัน
ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) คือ ารดำเนินกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จตามความมุ่งมั่นที่ตั้งไว้
ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) คือ กการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบมีการติดตาม ประเมินผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับ และการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) คือ การที่ทุกคนในองค์กรให้ความร่วมมือร่วมใจดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกด้านของการประกอบกิจการจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
ระดับที่ 5 เครือข่ายสีเขียว (Green Network) คือ การแสดงถึงการขยายเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อุปทานสีเขียว โดยสนับสนุนให้คู่ค้าและพันธมิตรเข้าสู่กระบวนการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวด้วย - อายุใบรับรองแต่ละระดับ
- ใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 1 : ไม่มีการหมดอายุ
- ใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 2 - 5 : มีอายุ 3 ปี - ขอบเขตการประเมิน : ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้นับรวมสถานประกอบการที่ยังคงเปิดดำเนินการ และใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ความสำเร็จของการส่งเสริมสถานประกอบการเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมสีเขียว | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
องค์ประกอบที่ 2 : การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base)
1. การประเมินสถานะของหน่วยงานในการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0)
2. การประเมินระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ (DG Readiness Survey)
- ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- คะแนนความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
3. การประเมินความพึงพอใจของหน่วยงาน
- คะแนน EIT Survey