สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละของการขับเคลื่อนตามแนวทางการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการ (e-Service)” ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
คำอธิบาย :
• จำนวนงานบริการ หมายถึง จำนวนงานบริการของหน่วยงานของรัฐที่ต้องพัฒนาเพื่อให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ประกอบด้วยกระบวนงาน (รายกรณี) ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็น e-Service และกระบวนงาน (รายกรณี) ที่พัฒนาเป็น e-Service แล้วแต่ยังไม่ได้เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ซึ่งได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ สำนักงาน ก.พ.ร. ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ไม่นับรวมหน่วยงานที่ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ในขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการ
• หน่วยงานกลางในการขับเคลื่อน หมายถึง หน่วยงานกลางที่สนับสนุนการดำเนินการพัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ สามารถพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางได้ ประกอบด้วย 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
• แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง ระบบ Citizen Portal (แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”) และ Biz Portal* ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐ ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566
*สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) อยู่ระหว่างปรับระบบ Biz Portal ที่เดิมให้บริการผ่านเว็บไซต์ https://bizportal.go.th เป็นการให้บริการผ่านเว็บไซต์ “ทางรัฐ” แทน
หมายเหตุ : ขั้นตอนสำคัญ หมายถึง ขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการตามที่กำหนดในตัวชี้วัดร้อยละเฉลี่ยของงานบริการที่พัฒนาเป็น e-Service และให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง และ/หรือตัวชี้วัดร้อยละเฉลี่ยของงานบริการที่เป็น e-Service สามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง แล้วแต่กรณี
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของจำนวนงานบริการเป้าหมายในปี 2568 ที่มีงานบริการ ผ่านขั้นตอนสำคัญที่ 1 และ 2 | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ” ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
- ถ่ายทอดจากแผนแม่บทฯ ประเด็นที่ ประเด็นที่ 20 การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ เป้าหมาย 200001 บริการของภาครัฐมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ
คำอธิบาย : สำนักงาน ก.พ.ร. ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ เพื่อศึกษาประสบการณ์ของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ คือ ประชาชนผู้ใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐ (ส่วนราชการ จังหวัด องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐรูปแบบอื่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)
หมายเหตุ : กลุ่มเป้าหมายสำหรับรอบ 6 เดือน จำนวน 1,500 คน และ รอบ 12 เดือน จำนวน 3,000 คน
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงาน ก.พ.ร.
ช่วงเวลารายงานผล : ราย 6 เดือนและ 12 เดือน

| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย :
• เป็นตัวชี้วัดเพื่อขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาการอนุญาตและการให้บริการประชาชนตามร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....
• ร้อยละความสำเร็จพิจารณาจากผลการดำเนินการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชน ดังนี้
1. การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุงคู่มือสำหรับประชาชนเพื่อลดขั้นตอนหรือระยะเวลาหรือรายการเอกสารหลักฐานในการพิจารณาอนุญาต
2. การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนในงานบริการอื่นที่นอกเหนืองานอนุมัติอนุญาต
3. การดำเนินกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ตามร่างพระราชบัญญัติฯ อย่างน้อย 4 เรื่อง
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงาน ก.พ.ร.
ช่วงเวลารายงานผล : ราย 6 เดือนและ 12 เดือน



| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จของการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการประชาชน | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
อธิบาย :
• คณะรัฐมนตร์ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแนวทางการจัดส่วนราชการในภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาครัฐมีขนาดที่เหมาะสม ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจรัฐ เกิดความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากร และยกระดับความเป็นเอกภาพของการบริหารราชการในพื้นที่ ต่อมายุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567– 2570) ยุทธศาสตร์ที่ 2 กลยุทธ์ที่ 2.1 กำหนดให้มีการกระจายอำนาจและลดบทบาทภาครัฐส่วนกลาง สำนักงาน ก.พ.ร.จึงเห็นควรดำเนินการทบทวนแนวทางการจัดโครงสร้างส่วนราชการในภูมิภาคให้เหมาะสม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการปัจจุบันก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 จึงได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทบทวนแนวทางการจัดส่วนราชการในภูมิภาค ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เพื่อให้ส่วนราชการ มีแนวทางการจัดโครงสร้างหน่วยงานที่สอดคล้องกับบทบาทภารกิจในปัจจุบัน เกิดความคุ้มค่า และการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค มีความชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อนกัน
• สำนักงาน ก.พ.ร. จะดำเนินการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับการจัดโครงสร้าง และบริบทของการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อจัดทำข้อเสนอการการปรับปรุงแนวทางการจัดส่วนราชการในภูมิภาคเสนอต่อ อ.ก.พ.ร. เกี่ยวกับการทบทวนบทบาทภารกิจและปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการ
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงาน ก.พ.ร.
ช่วงเวลารายงานผล : รอบ 6 เดือนและ 12 เดือน

| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| สรุปผลการศึกษาสถานการณ์ปัญหาการจัดโครงสร้างส่วนราชการในภูมิภาคในพื้นที่ตัวอย่าง อย่างน้อย 1 จังหวัด | ไม่ผ่าน |
| รายงานสรุปสถานการณ์ปัญหาการจัดโครงสร้างส่วนราชการ ในภูมิภาค ผ่านความเห็นชอบจากเลขาธิการ ก.พ.ร. | ไม่ผ่าน |
| รายงานสรุปสถานการณ์ปัญหาการจัดโครงสร้างส่วนราชการ ในภูมิภาค เสนอ อ.ก.พ.ร. โครงสร้างฯ ทราบ | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
อธิบาย :
• เป็นตัวชี้วัดเพื่อสะท้อนความก้าวหน้าของประเทศไทยในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐระบบเปิด ตามมาตรฐาน OGP ในการยกระดับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ครอบคลุมตั้งแต่การเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ประสานงาน การจัดทำจดหมายแสดงเจตจำนง การศึกษา วิเคราะห์และการจัดทำแผนปฏิบัติการ (National Action Plan : NAP) การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแผน NAP ตามเกณฑ์ที่กำหนด
• การจัดทำแผน NAP เป็นกระบวนการที่ประเทศสมาชิก OGP ต้องดำเนินการร่วมกับภาคประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกำหนดข้อผูกพัน (Commitments) ที่ชัดเจนในการส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานภาครัฐ ข้อผูกพันเหล่านี้ต้องมีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สามารถติดตามและประเมินผลได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การจัดทำ NAP ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP ที่สะท้อนถึงความร่วมมือและความตั้งใจจริงของประเทศในการยกระดับมาตรฐานภาครัฐระบบเปิดให้สอดคล้องกับหลักสากล
• ร้อยละความสำเร็จ เป็นร้อยละของการดำเนินการตามแผนการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP ของประเทศไทยตั้งแต่การเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบผู้ประสานงาน 2 ระดับหลักจนถึงการส่งแผน NAP ไปยัง OGP Secretariat พิจารณา รวม 10 ขั้นตอน
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงาน ก.พ.ร.
ช่วงเวลารายงานผล : 6 เดือน และ 12 เดือน
เงื่อนไข : การปรับเปลี่ยนขั้นตอน/เกณฑ์จาก OGP หาก OGP มีการปรับปรุงเกณฑ์การสมัคร ขั้นตอน หรือระยะเวลาในแต่ละขั้นตอน ประเทศไทยต้องปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินการของ OGP


| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ของประเทศไทย | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
• PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน
• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.
• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ
• ประเมินรอบ 12 เดือน มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน
รายละเอียดตัวชี้วัด
ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 3: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 6-7 Pillar
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)
•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2 โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน
•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น