รายงานผลการประเมิน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

- สศช. ดำเนินการติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นประจำทุกปี โดยในปีงบประมาณ 2569 จะเป็นการติดตามและประเมินผลการพัฒนาระยะครึ่งแผนฯ 13 (ระยะ 3 ปีของแผนฯ 13) เพื่อชี้ประเด็นที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนหรือปรับแนวทางการพัฒนาเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของแผนฯ ตามที่กำหนดไว้ได้ รวมทั้งเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ด้วย

- รายงานฉบับนี้เป็นรายงานประเมินผลระดับเป้าหมาย 5 เป้าหมายของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยมีองค์ประกอบของรายงาน ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 ผลการประเมินการบรรลุเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ส่วนที่ 2 การติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้เป้าหมายหลัก ส่วนที่ 3 ประเด็นท้าทายการขับเคลื่อนและข้อเสนอแนะ และส่วนที่ 4 ภาคผนวก (ตารางผลการพัฒนาตามเป้าหมายของแผนฯ 13)

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : กองขับเคลื่อนและประเมินผลการพัฒนา สศช.

ช่วงเวลารายงานผล : ตุลาคม 2568 – กันยายน 2569

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
กรอบการติดตามประเมินผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 3 ปี ครึ่งทางแผนฯ 13 ที่ชัดเจนครอบคลุมประเด็นชี้วัดระดับ Output/Outcome ที่สำคัญภายใต้ 5 เป้าหมายหลักของแผนฯ ไม่ผ่าน
รายการข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่จะใช้ในการวัดแต่ละประเด็นชี้วัดระดับ Output/Outcome ไม่ผ่าน
ข้อมูลความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการพัฒนารายหมุดหมาย และผลตัวชี้วัด รายหมุดหมาย ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

1.   สถิติรายได้ประชาชาติ และสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศรายไตรมาส เป็นชุดข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญของประเทศ สามารถใช้ในการกำหนดนโยบายภาครัฐและการดำเนินธุรกิจในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ตลอดจนเป็นข้อมูลที่นักเศรษฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศใช้ประกอบการคาดการณ์เศรษฐกิจ และเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตกับประเทศอื่น ได้อย่างถูกต้องบนมาตรฐานการจัดทำเดียวกันในระดับสากล

 2. ปัจจุบัน การรายงานสถิติดังกล่าว เป็นการรายงานในรูปแบบเอกสารเผยแพร่ (เล่ม) และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (pdf, excel) เพื่อให้ผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ในรูปแบบดังกล่าว ไม่สามารถใช้งานกับโปรแกรมที่มีความหลากหลาย ไม่มีความปลอดภัยและมีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับไฟล์นามสกุล CSV ที่เริ่มมีการใช้งานมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

3.   ดังนั้น การปรับปรุงสถิติทั้ง 2 รายการดังกล่าว ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้งานในอนาคตได้หลากหลายขึ้น และข้อมูลมีความปลอดภัยตามมาตรฐานการเผยแพร่ของ สพร.

ช่วงเวลารายงานผล : ทุกปี (สถิติรายได้ประชาชาติ) และทุกไตรมาส (สถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศรายไตรมาส)

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ประมวลผลและเผยแพร่สถิติรายได้ประชาชาติของประเทศไทยในรูปแบบ excel, csv ไม่ผ่าน
สนอผลการจัดสถิติรายได้ประชาชาติของประเทศไทย ในรูปแบบ excel, csv แก่เลขาธิการ สศช. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ไม่ผ่าน
เผยแพร่ตารางสถิติรายได้ประชาชาติของประเทศไทย รายไตรมาส ในรูปแบบ excel และ csv ทางเว็บไซต์ สศช. แก่สาธารณชน ไม่ผ่าน
รายงานผลการจัดทำต่อเลขาธิการ สศช. และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย  :  ปรับปรุงข้อมูลเทศบาลนคร และจัดทำข้อมูลใหม่ของเทศบาลเมืองใน 5 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการกำกับและดำเนินงาน ภายใต้ 4 วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาเมือง ได้แก่ ความปลอดภัยและสงบสุข ความยืดหยุ่น ความครอบคลุม และความยั่งยืน

ขอบเขตการดำเนินการ : ครอบคลุมพื้นที่เมืองทั่วประเทศ ในระดับเทศบาลนคร (35 แห่ง) และเทศบาลเมือง (221 แห่ง)

วิธีการเก็บข้อมูล : รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมจากการคำนวณตัวชี้วัดที่ต้องใช้ GIS

เป้าหมายปี 2569 :  จัดเก็บข้อมูลด้านการพัฒนาเมืองตามชุดตัวชี้วัดเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนของเมืองทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลปีฐาน พร้อมทั้งจัดทำรายงานสถานภาพการพัฒนาเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนของประเทศไทย

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
เทศบาลนคร: ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (ปี 2568) ไม่ผ่าน
เทศบาลเมือง : จัดทำพจนานุกรมข้อมูลสำหรับเทศบาลเมือง ไม่ผ่าน
เทศบาลนคร : ข้อมูลเทศบาลนคร 35 แห่ง (ปี 2568) ไม่ผ่าน
เทศบาลเมือง : ข้อมูลเทศบาลเมือง 30 แห่ง (ปี 2566-2568) ไม่ผ่าน
เทศบาลนคร : ข้อมูลเทศบาลนคร 35 แห่ง (ปี 2568) ไม่ผ่าน
เทศบาลเมือง : ข้อมูลเทศบาลเมือง 65 แห่ง (ปี 2566-2568) ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :  

1.  เป็นตัวชี้วัดเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ (ระบบ eMENSCR+) ตามหลักการวงจรบริหารงานคุณภาพ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยพิจารณาระดับความสำเร็จในการยกระดับความสามารถของระบบในการเป็นเครื่องมือติดตามตรวจสอบประเมินผลของชาติที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

2.  ระบบ eMENSCR+ จะมีการพัฒนา AI ในส่วนต่าง ๆ ดังนี้ 1) ปัญญาประดิษฐ์เพื่ออำนวยความสะดวกและปรับปรุงคุณภาพข้อมูล (Data Entry Support) 2) ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และการคาดการณ์ (Prescriptive AI) และ 3) ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการสืบค้นและนำเสนอข้อมูล (Data Retrieval and Visualization) ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลและสร้างข้อเสนอแนะเส้นทางสู่ความสำเร็จ สามารถวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์และ Contribution ของการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อประเมินว่าโครงการหรือปัจจัยแวดล้อมใดส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของแผนระดับชาติมากน้อยเพียงใด, ลดภาระงานและเพิ่มคุณภาพข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

3. ระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังในระดับชาติ อาทิ ระบบ New GFMIS Thai ระบบ New e-Budgeting

4. การอ้างอิงข้อมูลร่วมกัน หมายถึง มีการกำหนดรหัสที่ใช้อ้างอิงข้อมูลในระบบร่วมกัน  (Unique ID) ระหว่างระบบ eMENSCR+ และระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังในระดับชาติ ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือนำข้อมูลชุดเดียวกันไปใช้งานร่วมกันได้ เพื่อให้ผู้ใช้ระบบสามารถติดตามข้อมูลโครงการ/การดำเนินงานของทุกหน่วยงานของรัฐได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. หน่วยงานนำร่อง หมายถึง หน่วยงานที่จะเปิดให้มีการร่วมทดสอบการใช้งานระบบ eMENSCR+ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้งานทั้ง 3 ประเภท ประกอบด้วย

1) ผู้นำเข้าข้อมูลโครงการ อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2) ผู้บริหารหน่วยงาน/ผู้อนุมัติ อาทิ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

3) หน่วยงานในกลไกการตรวจสอบติดตาม/คณะกรรมการ ระดับกรม อาทิ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานตรวจการแผ่นดิน

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
รายงานผลการทดสอบการนำ AI เข้ามาใช้งานในระบบ ไม่ผ่าน
รายงานการปรับปรุงระบบบริหารจัดการผู้ใช้งานระบบ ไม่ผ่าน
รายงานสรุปผลความคืบหน้าการทดสอบการอ้างอิงข้อมูลร่วมกันกับระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังในระดับชาติ อย่างน้อย 1 ระบบ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

• สัดส่วนของการวิเคราะห์โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 45 วันทำการ (ภายหลังจากที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน) คำนวณจากวันที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนถึงวันที่นำเสนอโครงการเข้าสภาพัฒนาฯ

• โครงการตามตัวชี้วัดเป็นโครงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐตาม พ.ร.บ. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ที่ สศช. มีหน้าที่ในการวิเคราะห์และเสนอสภาพัฒนาฯให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หรือให้ความเห็นต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการในกรณีที่โครงการมีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

• นับจากโครงการที่ สศช. ได้รับข้อมูลครบถ้วน 45 วันทำการก่อนเริ่มปีงบประมาณ/รอบการประเมิน โดยปีงบประมาณ 2569 ในรอบการประเมินรอบที่ 1 (6 เดือน) นับโครงการที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนในช่วงวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 (45 วันทำการก่อนเริ่มปีงบประมาณ) ถึง 27 มกราคม 2569 (45 วันทำการนับจากวันสุดท้ายของรอบการประเมินที่ 1) และในรอบการประเมินรอบที่ 2 (12 เดือน) นับโครงการที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนในช่วงวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ถึง 24 กรกฎาคม 2569 (45 วันทำการนับจากวันสุดท้ายของรอบการประเมินที่ 2)

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละความสำเร็จของการวิเคราะห์โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน

• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.

• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย  หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ

ประเมินรอบ 12 เดือน  มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
    เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
    เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
    เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 2: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 1-5 Pillar

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

•กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)

•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2  โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด

•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน

•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น