รายงานผลการประเมิน

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs  “ดัชนีความผูกพันของบุคลากรภาครัฐ ”ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ถ่ายทอดจากแผนแม่บทฯ ประเด็นที่ 20 การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ แผนแม่บทย่อย การสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ เป้าหมาย 200501 บุคลากรภาครัฐยึดค่านิยมในการทำงานเพื่อประชาชน ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก มีความสามารถสูง มุ่งมั่น และเป็นมืออาชีพ

คำอธิบาย :  ความผูกพันของบุคลากร  (Workforce Engagement)  หมายถึง  ระดับความมุ่งมั่นของบุคลากรทั้งในด้านความรู้สึกและสติปัญญา เพื่อให้ภารกิจงาน พันธกิจและวิสัยทัศน์ของส่วนราชการบรรลุผล ส่วนราชการที่มีระดับความผูกพันของบุคลากรสูงแสดงให้เห็นเด่นชัดด้วยสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่ดี ซึ่งทำให้บุคลากรมีแรงจูงใจที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อผลประโยชน์ของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความสำเร็จของส่วนราชการ โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน2 ด้านหลัก ดังนี้1) สภาพแวดล้อมด้านบุคลากร และ 2) ความผูกพันของบุคลากร

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงาน ก.พ.

ช่วงเวลารายงานผล : ปีเว้นปี

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร่างข้อเสนอในการปรับปรุงข้อคำถามของแบบสำรวจความผูกพันของข้าราชการพลเรือนสามัญโดยได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายบริหารภายในเดือนมีนาคม 2569 ไม่ผ่าน
แบบสำรวจความผูกพันของข้าราชการพลเรือนสามัญเสนอคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องและพัฒนาแบบสำรวจออนไลน์ ภายในเดือนมีนาคม 2569 ไม่ผ่าน
ผลการประชุมหรือรายงานการประชุมชี้แจงส่วนราชการเกี่ยวกับการสำรวจความผูกพันและเริ่มดำเนินการสำรวจความผูกพัน ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs  “อัตราข้าราชการพลเรือนตั้งใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของ คปร.”ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

คำอธิบาย : อัตราข้าราชการพลเรือนตั้งใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของ คปร. ไม่เกินจำนวนรวมของอัตราข้าราชการพลเรือนที่ยุบเลิกและทดแทนด้วยกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการของทุกส่วนราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นปีงบประมาณล่าสุดที่มีการยุบเลิกอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน และทดแทนด้วยกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ                        

สูตรคำนวณ :  อัตราข้าราชการพลเรือนตั้งใหม่ = อัตราข้าราชการพลเรือนที่ยุบเลิกทั้งหมดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – อัตราข้าราชการ พลเรือนที่ คปร. อนุมัติตั้งใหม่ทั้งหมดในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทั้งนี้ ไม่นับรวมอัตราข้าราชการพลเรือนที่ คปร. อนุมัติตั้งใหม่กรณีการจัดตั้งส่วนราชการระดับกรม/กระทรวงใหม่ และกรณีที่เป็นการดำเนินการตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน หรือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบคำขอดังกล่าว และกรณีที่มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายซึ่งมีผลทำให้ภารกิจเพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องใช้ข้าราชการเป็นผู้ปฏิบัติงาน

นิยาม : ข้าราชการพลเรือนภายใต้การกำกับดูแลของ คปร. ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และข้าราชการตำรวจ

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน  สำนักงาน ก.พ.

กลไกที่เกี่ยวข้อง : คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.)

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
คปร. มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการบริหารอัตรากำลัง ไม่ผ่าน
ครม. มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการบริหารอัตรากำลัง ไม่ผ่าน
ชี้แจงแนวทางการบริหารอัตรากำลังให้แก่ส่วนราชการต่างๆ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•งานบริการ หมายถึง งานบริการภาครัฐที่หน่วยงานต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service และงานบริการที่หน่วยงานสามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service ได้แล้ว   

•หน่วยงานที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง หน่วยงานภาครัฐ
ที่ให้บริการงานบริการภาครัฐแก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการมาให้บริการ
บนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

•แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง ศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) และระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของ
งานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566

•สูตรการคำนวณ: 

ค่าเฉลี่ย = (n1+n2+n3+n....)/N

n = ความสำเร็จของแต่ละงานบริการ

N = จำนวนงานบริการทั้งหมด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ค่าเฉลี่ยของทุกงานบริการที่พัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (เฉพาะขั้นตอนสำคัญที่ 1 – 2) 0.00 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย : แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566-2570 กำหนดไว้ว่า เมื่อครบระยะเวลาการดำเนินการตามแนวทางฯ ดังกล่าว ให้ประเมินและจัดทำรายงานผลการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐฉบับใหม่เสนอต่อ ก.พ. และคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาของบุคลากร การส่งเสริมการดำเนินการในการบริหารและพัฒนาบุคลากรอย่างเชื่อมโยง และการยกระดับกลไกการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการบริหารและพัฒนาบุคลากรได้อย่างเป็นระบบ ตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนย่อยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นิยาม : แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2571–2575 เป็นแนวทางในพัฒนาบุคลกรภาครัฐ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน โดยเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด การทำงานแบบบูรณาการ และการยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ภาครัฐเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

ผู้รับผิดชอบ : สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.

                   

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ศึกษาและวิเคราะห์ผลการดำเนินการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 – 2570 โดยเปรียบเทียบกับหลักธรรมาภิบาลและแนวคิดหลักในการพัฒนาบุคลากร (ต่างประเทศ) หรือ OECD ไม่ผ่าน
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนและข้อเสนอแนะประกอบการประเมินผลการดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 – 2570 (เชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ) จำนวน 2 ครั้ง ไม่ผ่าน
จัดทำรายงานผลการถอดบทเรียนจากการดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 – 2570 ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :   สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยการจัดการด้านไฟล์เอกสารการสอบจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้ควบคุมผ่านสื่อบันทึกข้อมูล (Flash-Drive) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อขนส่ง การรักษาความปลอดภัย ความเสียหายของสื่อบันทึกข้อมูล และจำนวนเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ที่มีไม่เพียงพอ จึงพัฒนากระบวนการดังกล่าวโดยใช้เทคโนโลยี Virtual Private Network (VPN) เพื่อรับ – ส่งข้อมูลการสอบผ่านระบบไปที่ศูนย์สอบเพื่อลดความเสี่ยงข้างต้น และเพิ่มจำนวนที่นั่งสอบ e-Exam ในแต่ละปีได้จำนวนมากขึ้น

ผู้รับผิดชอบ : ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ.กลไกที่เกี่ยวข้อง : การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

 

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ประเมิน-วิเคราะห์ศูนย์สอบที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากรในการจัดสอบ e-Exam ไม่ผ่าน
มีศูนย์สอบ e-EXAM ระบบปกติ และระบบ VPN รวมกันไม่น้อยกว่า 25 ศูนย์สอบ ไม่ผ่าน
มีศูนย์สอบ e-EXAM ระบบปกติ และระบบ VPN รวมกันไม่น้อยกว่า 25 ศูนย์สอบ ไม่ผ่าน
ฝ่ายบริหารของสำนักงาน ก.พ. เห็นชอบศูนย์สอบ VPN ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน

• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.

• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย  หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ

ประเมินรอบ 12 เดือน  มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
    เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
    เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
    เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 2: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 1-5 Pillar

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

•กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)

•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2  โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด

•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน

•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น