รายงานผลการประเมิน

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละความเชื่อมั่นของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีต่อการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี” ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำอธิบาย :

•นิยาม : ความเชื่อมั่น คือ การรับรู้ การให้การยอมรับ มีความไว้วางใจ และมีความมั่นใจต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

•ขอบเขตการประเมิน : วัดความเชื่อมั่นของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

•สูตรคำนวณ : ร้อยละความเชื่อมั่น = ค่าเฉลี่ยความเชื่อมั่น x 100 / 5

•วิธีการเก็บข้อมูล : โดยการทอดแบบสำรวจความเชื่อมั่น นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เรียนรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

•แหล่งที่มาของข้อมูล : เป็นแหล่งปฐมภูมิ (Primary source) โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการเอง

เงื่อนไข : - มีการนำผลการสำรวจความเชื่อมั่นฯ ปี 2568 ไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน

- กลุ่มเป้าหมายที่จะตอบแบบสำรวจต้องเป็นผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 3 เดือน

ช่วงเวลารายงานผล : - รอบ 6 เดือน (ช่วงเดือน เม.ย. 69)

- รอบ 12 เดือน (ช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 69)

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
แจ้งผลการสำรวจความเชื่อมั่นฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ทุกหน่วยงานทราบ ไม่ผ่าน
จัดทำข้อเสนอแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นฯ ไม่ผ่าน
ลธน. เห็นชอบแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นฯ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

•นิยาม : การติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล เป็นการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ โดยกำหนดประเด็นนโยบายที่จะติดตามในแต่ละปีงบประมาณ ซึ่งพิจารณาจากประเด็นที่มีความสำคัญเร่งด่วนหรือมีผลกระทบสูงต่อประชาชน รวมทั้งประเด็นที่มีความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานตามนโยบาย
ของปีงบประมาณที่ผ่านมา หรือประเด็นที่ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง  

•ขอบเขตการประเมิน :  ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญที่กำหนดไว้

•แหล่งที่มาของข้อมูล    1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary source) เป็นข้อมูลที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการเอง

  2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary source) เป็นข้อมูลที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1.รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ นโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม.

2.แจ้งส่วนราชการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม.

3.ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม.

4.จัดทำรายงานสรุปผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลพร้อมความคืบหน้า รวมทั้งปัญหาอุปสรรคเสนอ นรม./ลธน. และนำเข้าสู่ระบบติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ระบบ PM1) ดำเนินการเสร็จ 4 ขั้นตอน จำนวน 5 ประเด็น

ประเด็น : 1.การสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้ประชาชน  2.การส่งเสริมการท่องเที่ยว  3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค  4.การเข้าถึงสิทธิการศึกษาทุกช่วงวัย

5.การพัฒนาบริการสาธารณสุข  6.การแก้ไขปัญหายาเสพติด  7.การแก้ปัญหาภัยพิบัติ  8.การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

เงื่อนไข : 1. กำหนดค่าเป้าหมายตามนโยบายที่สำคัญในแต่ละปี

2. กรณีมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถติดตามประเด็นนโยบายที่กำหนดไว้ได้ ให้ยกเลิกตัวชี้วัดและเฉลี่ยค่าน้ำหนักไปยังตัวชี้วัดอื่น  ได้แก่ - ร้อยละความเชื่อมั่นของ นรม. รอง นรม. และ รมต.นร. ฯ ร้อยละ 30

- จำนวนหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลและใช้งานระบบปฏิบัติงานด้านประสานงานการเมืองฯ ร้อยละ 20

- ร้อยละความพึงพอใจของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลฯ ร้อยละ 20

ช่วงเวลารายงานผล : - รอบ 6 เดือน (ช่วงเดือน เม.ย. 69)

- รอบ 12 เดือน (ช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 69)

ผู้รับผิดชอบ : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี                                                                                                      

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ นโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม. ไม่ผ่าน
แจ้งส่วนราชการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม. และติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลหรือข้อสั่งการ นรม. ไม่ผ่าน
จัดทำรายงานสรุปผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลพร้อมความคืบหน้า รวมทั้งปัญหาอุปสรรคเสนอ นรม./ ลธน. และนำเข้าสู่ระบบติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ระบบ PM1) ดำเนินการเสร็จ 4 ขั้นตอน จำนวน 5 ประเด็น ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

•นิยาม : จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เชื่อมโยงข้อมูลและใช้งานระบบปฏิบัติงานด้านประสานงานการเมืองและกิจการรัฐสภา ของ สลน. เพื่อติดตามสถานะการดำเนินงานและเป็นฐานข้อมูลในภารกิจด้านประสานงานการเมืองและกิจการรัฐสภาของนายกรัฐมนตรี ผ่านระบบปฏิบัติงานด้านประสานงานการเมืองและกิจการรัฐสภา (Electronics - Political Coordination Operating System หรือ e-PCOS) เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด

•ขอบเขตการประเมิน : การเชื่อมโยงข้อมูลและใช้งานระบบฯ ระหว่าง สลน. กับหน่วยงานในระดับกระทรวงหรือระดับกรมที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในภารกิจด้านประสานงานการเมืองและกิจการรัฐสภาของนายกรัฐมนตรี

•สูตรคำนวณ : การดำเนินการเป็นไปตามที่กำหนดในค่าเป้าหมาย  

วิธีการเก็บข้อมูล : จัดเก็บข้อมูลจากการดำเนินการจริง 

•แหล่งที่มาของข้อมูล : ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary source) เป็นข้อมูลที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการเอง

ขั้นตอนการดำเนินการ :

1.แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน/ยืนยันผู้รับผิดชอบในการใช้งานระบบฯ ของแต่ละหน่วยงาน

2.แจ้งแนวปฏิบัติเพิ่มเติมในการใช้งานระบบ (ปรับปรุงหลังการใช้งานจริงมาแล้ว 6 เดือน)

3.สัมมนาสร้างเครือข่ายนักประสานงานการเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเน้นย้ำเรื่องความเข้าใจในการใช้งานระบบฯ ร่วมกัน

4.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินการในภารกิจด้านประสานงานการเมืองและกิจการรัฐสภาของนายกรัฐมนตรีผ่านระบบฯ

ช่วงเวลารายงานผล : - รอบ 6 เดือน (ช่วงเดือน เม.ย. 69)

- รอบ 12 เดือน (ช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 69)

ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : กองประสานงานการเมือง

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงข้อมูลและใช้งานระบบฯ 0 (หน่วยงาน)

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย :

•นิยาม : ความพึงพอใจ คือ การรับรู้และความรู้สึกของสื่อมวลชนที่มีต่อการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับบริการด้านต่าง ๆ อาทิ ความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านประชาสัมพันธ์ ความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อินเทอร์เน็ต และความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านสถานที่/สาธารณูปโภค

- ข้อสังเกตเกี่ยวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล : ธรรมชาติของการทำงานของสื่อมวลชนที่ในแต่ละปีอาจมีการหมุนเวียนไปประจำยังแหล่งข่าวอื่น อาทิ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และกระทรวงต่าง ๆ โดยขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักข่าวนั้น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้ความเข้าใจและความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักโฆษกในฐานะผู้ประสานงานโดยตรงกับสื่อมวลชนฯ จึงต้องมีการปรับปรุงข้อมูลสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นปัจจุบันซึ่งจะดำเนินการเป็นประจำทุกปี

•ขอบเขตการประเมิน : วัดความพึงพอใจของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเป้าหมายประมาณ 120 คน

•สูตรคำนวณ : ร้อยละความพึงพอใจ = ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ x 100/5

•วิธีการเก็บข้อมูล : โดยการทอดแบบสำรวจความพึงพอใจ แจ้งขอความร่วมมือสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล

•แหล่งที่มาของข้อมูล : เป็นแหล่งปฐมภูมิ (Primary source) โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สำนักโฆษก) เป็นผู้ดำเนินการเอง 

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. รวบรวมรายชื่อสื่อมวลชนและกำหนดประเด็น/ข้อคำถามในการจัดทำแบบสำรวจฯ

2. จำแนกรายชื่อสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตามเงื่อนไขที่กำหนด

3. จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของสื่อมวลชนฯ แล้วเสร็จ

4. ขอความร่วมมือสื่อมวลชนฯ ทำแบบสำรวจ และจัดเก็บข้อมูล

5. จัดทำสรุปผลการสำรวจความพึงพอใจของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลต่อการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เงื่อนไข : - มีการนำผลสำรวจความพึงพอใจฯ ปี 2568 ไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน

- กลุ่มเป้าหมายที่จะตอบแบบสำรวจต้องเป็นสื่อมวลชนที่เข้ามาประจำที่ทำเนียบรัฐบาลไม่น้อยกว่า 3 เดือน

ช่วงเวลารายงานผล : - รอบ 6 เดือน (ช่วงเดือน เม.ย. 69)

- รอบ 12 เดือน (ช่วงเดือน ก.ย. – ต.ค. 69)

ผู้รับผิดชอบ: สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
รวบรวมรายชื่อสื่อมวลชนและกำหนดประเด็น/ข้อคำถามในการจัดทำแบบสำรวจฯ ไม่ผ่าน
จำแนกรายชื่อสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ผ่าน
จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจของสื่อมวลชนฯ แล้วเสร็จและ ลธน. เห็นชอบ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน

• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.

• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย  หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ

ประเมินรอบ 12 เดือน  มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
    เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
    เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
    เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 3: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 6-7 Pillar

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด

•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices

•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/

กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน

รายละเอียดตัวชี้วัด

•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)

•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2  โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด

•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน

•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น