รายงานผลการประเมิน
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ระดับคะแนนคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี” ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
คำอธิบาย :
•พิจารณาจากการสํารวจ/วัดความพึงพอใจในคุณภาพของข้อมูล ประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมีต่อข้อมูลประกอบคําวินิจฉัย ซึ่งจัดทําโดยสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
•ระดับคะแนนคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย 1) ความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูล 2) ความรวดเร็วและทันเวลาของข้อมูล 3) ประโยชน์ต่อการพิจารณาตัดสินใจ (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)
•สูตรคำนวณ ผลรวมคะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจที่มีต่อคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีจํานวนคณะรัฐมนตรีที่ตอบแบบสํารวจ
•วิธีการเก็บข้อมูล : ทอดแบบสํารวจความพึงพอใจที่มีต่อคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรี
•แหล่งที่มาของข้อมูล : สรุปผลการสํารวจความพึงพอใจฯ
เงื่อนไข : กรณีมีการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ สลค. จะทอดแบบสํารวจฯ ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีได้ปฏิบัติหน้าที่แล้วอย่างน้อย 3 เดือน แต่หากระยะเวลาปฏิบัติงานไม่ถึง 3 เดือน สลค. จะทอดแบบสํารวจฯ แก่คณะรัฐมนตรีชุดเดิม
ผู้รับผิดชอบกำรรายงานผล : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : ทุกปีงบประมาณ
แหล่งอ้างอิง : แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่มา https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/2022/11/plan2023-2027.pdf
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผลสำรวจฯ ของปีที่ผ่านมาจัดทำ“แผนพัฒนาคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี” โดยผ่านความเห็นชอบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี | ไม่ผ่าน |
| ดำเนินการตามแผนการปรับปรุง ได้ร้อยละ 75 ของแผน | ไม่ผ่าน |
| ดำเนินการตามแผนการปรับปรุง ได้ร้อยละ 100 ของแผน | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละความพึงพอใจของผู้ประสานงานในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี” ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
คำอธิบาย :
•การสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับการประสานงานด้านการประชุมคณะรัฐมนตรี มีประเด็นการวัดความพึงพอใจ รวม 4 ประเด็น (คะแนนเต็ม 5 คะแนน) ได้แก่
1) ความพึงพอใจในการประสานงานกับ สลค. เกี่ยวกับการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี
2) ความพึงพอใจในการประสานงานในภารกิจสําคัญ เร่งด่วนของคณะรัฐมนตรี
3) การประสานเชิญเจ้าหน้าที่มาชี้แจงในวันประชุมคณะรัฐมนตรี
4) ความครบถ้วนของเอกสารระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี
•กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา 2) หัวหน้าสํานักงานรัฐมนตรี และ 3) เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับภารกิจของคณะรัฐมนตรี
•สูตรคำนวณ ผลรวมคะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของผู้ประสานงานในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี X 20 / จํานวนกลุ่มเป้าหมายที่ตอบแบบสํารวจ
•วิธีการเก็บข้อมูล : ทอดแบบสํารวจความพึงพอใจของผู้ประสานงานในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีกับกลุ่มเป้าหมาย
•แหล่งที่มาของข้อมูล : สรุปผลการสํารวจความพึงพอใจฯ
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : 2 รอบ/ทุกปีงบประมาณ
แหล่งอ้างอิง : แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่มา https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/2022/11/plan2023-2027.pdf
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความพึงพอใจของผู้ประสานงานในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
•งานบริการ หมายถึง งานบริการภาครัฐที่หน่วยงานต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service และงานบริการที่หน่วยงานสามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service ได้แล้ว
•หน่วยงานที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง หน่วยงานภาครัฐ
ที่ให้บริการงานบริการภาครัฐแก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการมาให้บริการ
บนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
•แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง ศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) และระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของ
งานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566
•สูตรการคำนวณ:
ค่าเฉลี่ย = (n1+n2+n3+n....)/N
n = ความสำเร็จของแต่ละงานบริการ
N = จำนวนงานบริการทั้งหมด
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ค่าเฉลี่ยของทุกงานบริการที่พัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (เฉพาะขั้นตอนสำคัญที่ 1 – 2) | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย :
•พิจารณาจากความสําเร็จของการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องรับทราบภายใน ระยะเวลาที่กําหนด โดยระยะเวลาที่กําหนด หมายถึง ระยะเวลาที่ใช้ในการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 3 วันทําการ นับจากวันถัดจากวันประชุมคณะรัฐมนตรี
•จำนวนมติคณะรัฐมนตรี หมายถึง เรื่องที่นําเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทุกเรื่อง และรวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง
•สูตรคำนวณ จํานวนมติคณะรัฐมนตรีที่แจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องได้ภายใน 3 วันทําการ X 100 / จํานวนมติคณะรัฐมนตรีทั้งหมด
•วิธีการเก็บข้อมูล : สืบค้นจากระบบ Soc Portal ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
•แหล่งที่มาของข้อมูล : ระบบ Soc Portal ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
เงื่อนไข : ไม่นับรวมเรื่องที่ไม่สามารถแจ้งมติได้ภายใน 3 วันทําการ เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่ สลค. ไม่สามารถควบคุมได้
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : 2 รอบ/ทุกปีงบประมาณ
แหล่งอ้างอิง : ระบบสืบค้นมติคณะรัฐมนตรี ที่มา https://portal.soc.go.th/
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของจำนวนมติคณะรัฐมนตรีที่แจ้งส่วนราชการเจ้าของเรื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย :
•คณะรัฐมนตรีมีมติ (17 มกราคม 2560) เห็นชอบแนวทางการเผยแพร่กฎหมายเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ตามมติคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรม แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ที่มอบหมายให้สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่กฎหมายที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
•เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกฎหมายที่เป็นเรื่องสําคัญอยู่ในความสนใจของประชาชนและมีผลกระทบกับหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนโดยทั่วไป
สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงได้จัดทําสรุปสาระสําคัญของกฎหมาย วันที่มีผลใช้บังคับ เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สามารถดาวน์โหลดกฎหมายฉบับ สมบูรณ์ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได
•“กฎหมาย” หมายความว่า รัฐธรรมนูญ (รธน.) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) พระราชบัญญัติ (พรบ.) ประมวลกฎหมาย (ป.) พระราชกําหนด (พรก.)
•สูตรคํานวณ จํานวนกฎหมายตามนิยามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของ สลค. X 100 / จํานวนกฎหมายตามนิยามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาทั้งหมด
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : 2 รอบ/ทุกปีงบประมาณ
แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่มา https://www.soc.go.th/ และเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ที่มา https://ratchakitcha.soc.go.th/
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จในการเผยแพร่กฎหมายเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
• PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน
• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.
• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ
• ประเมินรอบ 12 เดือน มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน
รายละเอียดตัวชี้วัด
ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 3: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 6-7 Pillar
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)
•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2 โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน
•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น