สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละของจำนวนเรื่องร้องทุกข์ในปีปัจจุบันที่ดำเนินการจนได้ข้อยุติ” สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
อธิบาย :
• จำนวนเรื่องร้องทุกข์ หมายถึง เรื่องร้องทุกข์ที่ผ่านช่องทางการร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 จำนวน 6 ช่องทาง ได้แก่ 1) จุดบริการประชาชน 1111 2) ตู้ ป.ณ. 1111 3) สายด่วนของรัฐบาล 1111 4) เว็บไซต์ www.1111.go.th 5) โมบายแอปพลิเคชัน PSC 1111 และ 6) Line @PSC 1111
•จำนวนเรื่องร้องทุกข์ในปีปัจจุบัน หมายถึง เรื่องร้องทุกข์ของปีปัจจุบัน (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569) ที่ดำเนินการจนได้ข้อยุติ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่รวมถึงเรื่องร้องทุกข์ที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ได้แก่ ปัญหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การดำเนินคดี ปัญหาที่ดิน นโยบายของรัฐบาล รวมทั้งเรื่องที่อยู่นอกเหนือหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในฝ่ายบริหาร
• การกำกับติดตาม หมายถึง ติดตามเรื่องร้องทุกข์ที่มีสถานะอยู่ระหว่างการดำเนินการไปยังหน่วยงาน ตามแนวทางที่ สปน. กำหนดเพื่อให้ได้ข้อยุติ ได้แก่ 1) ติดตามผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ 2 ครั้ง 2) ติดตามโดยการจัดทำเป็นหนังสือ 2 ครั้ง
• การดำเนินการจนได้ข้อยุติ หมายถึง
1) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้องทั้งหมด และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
2) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้องบางส่วน และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
3) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว แต่ไม่ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้อง และได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ร้อง
4) เรื่องที่ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
5) เรื่องร้องทุกข์ที่ สปน. ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ร้องตามสมควรแก่กรณี หรือระงับการพิจารณา หรือรวมเรื่อง เช่น บัตรสนเท่ห์ เรื่องที่อยู่ในกระบวนการทางศาล เรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษแต่ไม่มีหลักฐาน
• เกณฑ์การคำนวณ : ร้อยละของจำนวนเรื่องร้องทุกข์ในปีปัจจุบันที่ดำเนินการจนได้ข้อยุติ = จำนวนเรื่องร้องทุกข์ในปีปัจจุบันได้รับการกำกับติดตามผลตามแนวทางที่กำหนดจนได้ข้อยุติ x 100 หารด้วยจำนวนเรื่องร้องทุกข์ทั้งในปีปัจจุบัน


| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของจำนวนเรื่องร้องทุกข์ในปีปัจจุบันที่ดำเนินการจนได้ข้อยุติ | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “ร้อยละของจำนวนเรื่องคงค้างที่ได้รับการกำกับติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อยุติ” ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
อธิบาย :
• ตัวชี้วัดความสำเร็จของการกำกับติดตามเรื่องร้องทุกข์ที่ สปน. ได้รับผ่านช่องทางการร้องทุกข์ 1111 ทั้ง 6 ช่องทาง ได้แก่ 1) จุดบริการประชาชน 1111 2) ตู้ ป.ณ. 1111 3) สายด่วนของรัฐบาล 1111 4) เว็บไซต์ www.1111.go.th 5) โมบายแอปพลิเคชัน PSC 1111 และ 6) Line @PSC 1111 ซึ่ง สปน. ส่งให้หน่วยงานพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ
• การกำกับติดตาม หมายถึง ติดตามเรื่องร้องทุกข์ที่มีสถานะอยู่ระหว่างการดำเนินการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้ได้ข้อยุติตามแนวทางที่ สปน. กำหนด ดังนี้
1) ติดตามผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ 2 ครั้ง
2) ติดตามโดยการจัดทำเป็นหนังสือ 2 ครั้ง
• จำนวนเรื่องคงค้าง หมายถึง เรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ สปน. ต้องกำกับติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติ โดยใช้จำนวนเรื่องคงค้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 รวม 3,688 เรื่อง
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) ทั้งนี้ เรื่องที่คงค้างเกิน 3 ปี ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยง่าย แต่ สปน. ยังคงกำกับติดตามเรื่องให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติงาน
ของ สปน. ต่อไป
• การดำเนินการจนได้ข้อยุติ หมายถึง
1) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้องทั้งหมด และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
2) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้องบางส่วน และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
3) เรื่องที่ สปน. ดำเนินการ/ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว แต่ไม่ได้ตามความประสงค์ของผู้ร้อง และได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ร้อง
4) เรื่องที่ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
5) เรื่องร้องทุกข์ที่ สปน. ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ร้องตามสมควรแก่กรณี หรือระงับการพิจารณา หรือรวมเรื่อง เช่น บัตรสนเท่ห์ เรื่องที่อยู่ในกระบวนการทางศาล เรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษแต่ไม่มีหลักฐาน
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : ทุกปีงบประมาณ
• เกณฑ์การคำนวณ : ร้อยละของจำนวนเรื่องคงค้างที่ได้รับการกำกับติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อยุติ = จำนวนเรื่องร้องทุกข์ที่คงค้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินการและได้รับการกำกับติดตามจนได้ข้อยุติ x 100 หารด้วย จำนวนเรื่องร้องทุกข์ที่คงค้างที่อยู่ระหว่างการดำเนินการและได้รับการกำกับติดตามทั้งหมด


| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของจำนวนเรื่องคงค้างที่ได้รับการกำกับติดตามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อยุติ | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
- เป็นตัวชี้วัดที่ถ่ายทอดเป็นตัวเดียวกับ Strategic KPIs “จำนวนข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ ” ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
อธิบาย :
1. เป็นการวัดระดับความสำเร็จของการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ โดยคัดเลือกประเด็นจากเรื่องร้องทุกข์ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านช่องทาง 1111 ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังยาวนาน มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง นโยบาย/โครงการที่มีผลกระทบกับประชาชน ประเด็นที่เป็นที่น่าสนใจของสาธารณชน ปัญหาที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยนำมาศึกษากลั่นกรอง วิเคราะห์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหรือจัดให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหรือตั้งคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน (แล้วแต่กรณี) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเสนอ
เชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
2. ข้อเสนอเชิงนโยบาย หมายถึง ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้ดำเนินการตามแนวทาง/ขั้นตอนที่กำหนด และจัดทำเป็นรายงานสรุปเพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สปน.
3. การนับจำนวนข้อเสนอเชิงนโยบายให้นับประเด็นเรื่องร้องทุกข์ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากอดีต จนปรากฏผลเป็นข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไขปัญหาในปีปัจจุบันโดยให้นับรวมเป็นผลการดำเนินการด้วย
เงื่อนไข :
1.รายงานการสรุปเรื่องร้องทุกข์ที่รับเข้ามาทั้งหมดแล้วนำมาประมวลผล/วิเคราะห์ เพื่อจัดกลุ่มของปัญหา ความสำคัญของปัญหา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเรียงลำดับความสำคัญของเรื่องในการนำไปจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป
2.ในการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดนี้ จะต้องสรุปว่าแต่ละเรื่องที่นำมาศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายนี้มีผลกระทบหรือมีความสำคัญอย่างไร มีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใดบ้าง และมีหน่วยงานใดบ้างที่เข้ามาร่วมดำเนินการในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ
1. ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เกิดผลเป็นรูปธรรม และมีความเป็นธรรม
2. ผู้ร้องและประชาชนทั่วไปได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน และมีความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบายจากภาครัฐ
ประเภทเรื่องที่ประชาชนร้องทุกข์มากที่สุด ได้แก่ เดือดร้อนรำคาญระบบสาธารณูปโภค (เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน โทรศัพท์) ประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สิน กลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวงประชาชน (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) นโยบายและโครงการของรัฐ จัดระเบียบการจราจร ยาเสพติด
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ผลการคัดเลือกเรื่องร้องทุกข์ ที่นำมาจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ | ไม่ผ่าน |
| รายงานการวิเคราะห์การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยจัดกลุ่มของปัญหา ความสำคัญของปัญหาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ไม่ผ่าน |
| ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบประเด็นเรื่องที่จะดำเนินการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย | ไม่ผ่าน |
| นำเสนอประเด็นเรื่องให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
•งานบริการ หมายถึง งานบริการภาครัฐที่หน่วยงานต้องพัฒนาเพื่อให้สามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service และงานบริการที่หน่วยงานสามารถให้บริการในรูปแบบ e-Service ได้แล้ว
•หน่วยงานที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง หน่วยงานภาครัฐ
ที่ให้บริการงานบริการภาครัฐแก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องพัฒนาและเชื่อมโยงงานบริการมาให้บริการ
บนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
•แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง หมายถึง ศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) และระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของ
งานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566
•สูตรการคำนวณ:
ค่าเฉลี่ย = (n1+n2+n3+n....)/N
n = ความสำเร็จของแต่ละงานบริการ
N = จำนวนงานบริการทั้งหมด
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ค่าเฉลี่ยของทุกงานบริการที่พัฒนาและเชื่อมโยงมาให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง (เฉพาะขั้นตอนสำคัญที่ 1 – 2) | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
อธิบาย :
นิยาม : การติดตามและประเมินผลภารกิจที่ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาพรวม โดยติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมถึง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ โดยการวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูล จัดทำรายงานการติดตามนำเสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตามภารกิจถ่ายโอนของ อปท. และวิเคราะห์จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ อปท. ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยประเด็นการติดตาม เรื่องการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ สืบเนื่องมาจาก
1. ความสำคัญเชิงนโยบายระดับชาติและภารกิจของ ก.ก.ถ. การจัดการศึกษาเป็นภารกิจหลักที่ถูกถ่ายโอนตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ และอยู่ในความสนใจของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ซึ่งมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันให้ อปท. บริหารจัดการศึกษาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดตามประเด็นนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายของ ก.ก.ถ. และเพื่อให้มีข้อมูลเชิงประจักษ์ (evidence-based) ให้คณะกรรมการใช้ประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายต่อไป นอกจากนี้ การศึกษายังเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชน จึงเป็นภารกิจถ่ายโอนที่มีผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งควรถูกติดตามอย่างใกล้ชิด
2. ความจำเป็นเชิงปัญหาและบริบทหลังโควิด-19 จากการติดตามในปีงบประมาณ 2565 พบว่า สถานการณ์โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อระบบการศึกษาท้องถิ่นอย่างรุนแรง ได้แก่ 1. ช่องว่างการเรียนรู้ (learning gap) 2. เด็กหลุดจากระบบการศึกษา 3. ครูขาดทักษะด้านเทคโนโลยีและการสอนออนไลน์ ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า อปท. ยังมีความท้าทายในการจัดการศึกษาภายใต้ภารกิจที่ถ่ายโอน และจำเป็นต้องมีการติดตามเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาแนวทางแก้ไข
เป้าหมาย ปี 2569 : รายงานการติดตามผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเชิงนโนยาย เสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ช่วงเวลารายงานผล : 12 เดือน
แหล่งอ้างอิง : รายงานการติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569


| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| วิเคราะห์ข้อมูลการถ่ายโอนภารกิจ เรื่องการจัดการศึกษาของ ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ | ไม่ผ่าน |
| จัดทำแผนการติดตามและประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจ เรื่องการจัดการศึกษาของ อปท. ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ | ไม่ผ่าน |
| แผนการติดตามและประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจ เรื่องการจัดการศึกษาของ อปท. ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ ผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการด้านการติดตามและประเมินผล | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
อธิบาย :
1. ปัญหาความเดือดร้อนหรือข้อร้องเรียนของประชาชน หรือการผลักดันการดำเนินโครงการ/มาตรการสำคัญในเชิงพื้นที่ หมายถึง ประเด็นปัญหาที่ ผต.นร. นำมาขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ในพื้นที่ อันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ปัญหาที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของประชาชน นโยบาย/โครงการที่มีผลกระทบต่อประชาชน เป็นประเด็นที่เป็นที่น่าสนใจของสาธารณชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงต้องอาศัยกลไกการตรวจราชการของ ผต.นร. เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถเลือกประเด็นปัญหาความเดือนร้อนฯ จากแหล่งต่าง ๆ เช่น การแสวงหาข้อมูล/ข้อเท็จจริงในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ เรื่องที่ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด คณะกรรมการ ธรรมาภิบาลจังหวัด ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 เป็นต้น
2. การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน หรือข้อร้องเรียนของประชาชน หรือการผลักดันการดำเนินโครงการ/มาตรการสำคัญในเชิงพื้นที่ หมายถึง การใช้กลไกการตรวจราชการของ ผต.นร. ในการดำเนินการ ดังนี้
- การคัดเลือกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนฯ ใหม่ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ
- ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงของประเด็นปัญหาความเดือดร้อนฯ ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ
- การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ ซึ่งการประชุมดังกล่าวอาจดำเนินการประชุมในรูปแบบออนไลน์ก็ได้
- แจ้งข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ของ ผต.นร. ประจำปีงบประมาณ รายเขตตรวจราชการ เสนอต่อ ร.นรม. ที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อทราบ/พิจารณา
3. ข้อเสนอแนะ หมายถึง ข้อเสนอแนะเชิงพื้นที่หรือเชิงนโยบาย/แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ซึ่งส่งผลให้ปัญหาได้รับการแก้ไขหรือบรรเทา หรือเกิดการพัฒนาการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
- ข้อเสนอแนะเชิงพื้นที่ หมายถึง ข้อเสนอแนะที่ ผต.นร. แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด/หน่วยงานส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง
- ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย หมายถึง ข้อเสนอแนะที่ ผต.นร. เสนอต่อ ร.นรม. ที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค
- แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ หมายถึง มติที่ประชุมของ ผต.นร. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4. ความสำเร็จของการให้ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ หมายถึง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ของ ผต.นร. ประจำปีงบประมาณ รายเขตตรวจราชการ เสนอต่อ ร.นรม. ที่กำกับและติดตาม
การปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อทราบ/พิจารณา
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักตรวจราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
แหล่งอ้างอิง : รายงานสรุปผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ของ ผต.นร. ประจำปีงบประมาณ รายเขตตรวจราชการที่เสนอต่อ ร.นรม. ที่กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค

| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| การคัดเลือกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนหรือข้อร้องเรียนของประชาชน หรือการผลักดันการดำเนินโครงการ/มาตรการสำคัญในเชิงพื้นที่ ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบโดยพิจารณาเลือกประเด็นปัญหาความเดือดร้อนฯ ใหม่ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ | ไม่ผ่าน |
| การศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงของประเด็นปัญหาความเดือดร้อนฯ ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ | ไม่ผ่าน |
| ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบประเด็นเรื่อง ที่จะดำเนินการ | ไม่ผ่าน |
| นำเสนอประเด็นเรื่องให้สำนักงาน ก.พ.ร. ทราบ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย :
• การร้องเรียน หมายถึง การร้องเรียนกรณีหน่วยงานของรัฐไม่จัดส่งข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 7 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือไม่จัดข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 หรือไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ตนตามมาตรา 11 หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรือเห็นว่าตนไม่ได้รับความสะดวกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
• นิยาม : เรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการยุติเรื่องได้ตามระยะเวลา 60 วัน เรื่องยุติคือเรื่องที่คณะอนุกรรมการพิจารณาส่งคำอุทธรณ์และดำเนินการเรื่องร้องเรียนมีมติให้ยุติเรื่อง
•การพิจารณาดำเนินการเรื่องร้องเรียน : หมายถึง การพิจารณาดำเนินการเรื่องร้องเรียนที่มีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ และคณะอนุกรรมการพิจารณาส่งคำอุทธรณ์และดำเนินการเรื่องร้องเรียน ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารฯ รับไว้พิจารณา ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ได้ข้อยุติภายในระยะเวลา 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
1) รับเรื่องร้องเรียน
2) กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
3) การพิจารณาของคณะกรรมการ/อนุกรรมการ
4) การสั่งยุติเรื่อง/แจ้งผลการพิจารณา
• เกณฑ์การประเมินการยุติเรื่อง : หมายถึง ร้อยละของการพิจารณาดำเนินการเรื่องร้องเรียนกรณีหน่วยงานของรัฐไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร ภายหลังกระบวนการพิจารณาดำเนินการ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ร้องได้รับข้อมูลข่าวสาร และหน่วยงานได้แจ้งผลการดำเนินการให้คณะอนุกรรมการฯ เพื่อมีมติยุติเรื่องร้องเรียน ภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
•ช่องทางเรื่องร้องเรียน : หมายถึง เรื่องร้องเรียนตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้ E-mail, ยื่นที่สำนักงาน, ไปรษณีย์ และระบบร้องเรียน/อุทธรณ์ทางดิจิทัล
สูตรการคำนวณ ร้อยละความสำเร็จ :

• วิธีการเก็บข้อมูล : ระบบจัดการเรื่องร้องเรียน/อุทธรณ์ ด้วยระบบดิจิทัล
ผู้รับผิดชอบการรายงานผล : สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
แหล่งอ้างอิง : ระบบร้องเรียน/อุทธรณ์ ของสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จของพิจารณาดำเนินการเรื่องร้องเรียนการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ของหน่วยงานของรัฐจนยุติเรื่อง | 0.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
• PMQA 4.0 คือ เครื่องมือการประเมินระบบการบริหารของส่วนราชการในเชิงบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางให้ส่วนราชการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน
• พิจารณาจากความสามารถในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานและความพยายามของส่วนราชการในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจาก ผลการประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) จาก สำนักงาน ก.พ.ร.
• พิจารณาจากผลการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0) ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมทั้ง 7 หมวด ประกอบด้วย หมวด 1 การนำองค์การหมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ
• ประเมินรอบ 12 เดือน มีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้
เป้าหมายขั้นต้น: 300 คะแนน
เป้าหมายมาตรฐาน: 400 คะแนน
เป้าหมายขั้นสูง: 470 คะแนน
รายละเอียดตัวชี้วัด
ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย
- กลุ่มที่ 3: หน่วยงานที่ได้ Pillar ระดับ 4 ขึ้นไป เป็นจำนวน 6-7 Pillar
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2569 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. สำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และวิจัย เพื่อจัดทำตัวชี้วัด ดัชนีสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับโครงการสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำการสำรวจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี พ.ศ. 2568 สพร. ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ จำนวนรวมทั้งสิ้น 378 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่า จำนวน 302 หน่วยงาน (ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานรูปแบบอื่น) และคณะกรรมการผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงระดับจังหวัด (Provincial Chief Information Officer Committee: PCIO) จำนวน 76 จังหวัด
•ระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล แบ่งเป็น 5 ระดับ (Initial, Developing, Defined, Managed, Optimizing) จากการสำรวจ 7 มิติ ได้แก่ 1) Policies and Practices 2) Data-driven Practices 3) Digital Capability 4) Public Service 5) Smart Back Office 6) Secure and Efficient Infrastructure และ 7) Digital Technology Practices
•ผลการสำรวจดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนการขับเคลื่อนภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดย สพร. เป็นผู้ประมวลผลจากการสำรวจจากหน่วยงานทั้งหมดที่ประเมินตนเองตามแบบสำรวจของ สพร. (DG Readiness Survey) แล้วประกาศผลระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลในทุกปี ผ่านเว็บไซต์ https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dg-readiness-survey/
กรณีใช้ประเมินส่วนราชการที่อยู่ในระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดในปี 2568 จะประกอบด้วย 163 หน่วยงาน
รายละเอียดตัวชี้วัด
•การประเมินความพึงพอใจใช้ข้อมูลจากผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ในแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment: EIT) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จะมีการจำแนกออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้รับบริการหรือติดต่อราชการเข้าตอบด้วยตนเอง (EIT Public) และ ส่วนที่ 2 สำนักงาน ป.ป.ช. จัดเก็บข้อมูล (EIT Survey)
•วิธีการรวบรวมข้อมูลแบบวัด EIT Survey เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนที่ 2 โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คัดเลือก และจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้
ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างของส่วนที่ 1 แต่จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน หรือตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
•ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก หมายถึง บุคคล นิติบุคคล บริษัทเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่เคยมารับบริการหรือมาติดต่อตามภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงพนักงานจ้างเหมาบริการ ในรอบปีงบประมาณ
พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางใดทางหนึ่งหรือได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบาย การปฏิบัติหน้าที่หรือการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน
•วิธีการวัด ใช้ผลคะแนน EIT Survey ของสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น