รายงานผลการประเมิน

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 10 ในกรณีที่ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการหรือเป็นภารกิจที่ใกล้เคียงหรือต่อเนื่องกัน ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้นกําหนดแนวทางการปฏิบัติราชการ เพื่อให้เกิดการบริหารราชการแบบบูรณาการร่วมกัน โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ประกอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 10 ในวาระเริ่มแรก ให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จัดให้มี แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเพื่อให้ส่วนราชการใช้ในการบริการประชาชนและการติดต่อประสานงาน ระหว่างกันได้ฯ

เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีฯ ทั้ง 2 ฉบับ สพร. จึงพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ หรือแพลตฟอร์มกลางขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมและเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐในการสร้างบริการดิจิทัลยุคใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้เกิดบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จและรายงานการปรับปรุงแพลตฟอร์ม

  • แพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ หมายถึง แพลตฟอร์มกลางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมและเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐในการสร้างบริการดิจิทัลยุคใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง
  • ระดับความสำเร็จของการพัฒนาแพลตฟอร์มฯ เช่น GDX, Service Request and Tracking, e-Payment หรือ e-Document เป็นต้น ทั้งนี้ ขึ้นกับความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอาจมีการเปลี่ยนแปลง

- Government Data Exchange: GDX หมายถึง แพลตฟอร์มเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ

- Service Request and Tracking หมายถึง แพลตฟอร์มเพื่อรองรับการยื่นคำขอรับบริการของรัฐ และติดตามความก้าวหน้าผ่านช่องทางดิจิทัลได้

- e-Payment หมายถึง แพลตฟอร์มเพื่อรองรับการรับชำระค่าบริการ / ค่าธรรมเนียม หรือ ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ ผ่านช่องทางดิจิทัล

- e-Document หมายถึง แพลตฟอร์มเพื่อรองรับการจัดทำใบอนุญาต หรือเอกสารหลักฐานที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐในรูปแบบดิจิทัล

- Digital ID หมายถึง แพลตฟอร์มเพื่อรองรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

เงื่อนไข : จะต้องดำเนินการ  e-Document และ Digital ID ให้แล้วเสร็จ

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
แพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้เกิดบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ 4 (แพลตฟอร์ม)
บริการที่นำข้อมูลมาเชื่อมกับแพลตฟอร์ม 19 (บริการ)
ความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้เกิดบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐและการจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการบริหารงานและการจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบและช่องทางดิจิทัล โดยมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องกันและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล โดยมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการเข้าถึงของประชาชน และในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อสาธารณะและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (1) การนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและการให้บริการของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้มีการใช้ระบบดิจิทัลอย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพ (2) การพัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับระบบดิจิทัล และพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านดิจิทัลที่จำเป็น ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างและพัฒนากระบวนการทำงานของหน่วยงานของรัฐให้มีความสอดคล้องและมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน รวมทั้ง มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยมีการบูรณาการและสามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เกิดการพัฒนาการบริการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพและนำไปสู่การบริหารราชการและการบริการประชาชน แบบบูรณาการ รวมทั้งให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก และมาตรา 7 ให้คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมีหน้าที่และอำนาจ (3) กำหนดมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบดิจิทัลเพื่อดำเนินการให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 4 วรรคสอง และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 จึงจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะ สำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการประกาศมาตรฐานโดยคณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ภายใต้ พรบ.DG  และมีหน่วยงานนำมาตรฐานไปปฏิบัติหรือหน่วยงานมีการประกาศแนวทางการทำงานตามมาตรฐานดังกล่าว

  • การจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะมาตรฐานสำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หมายถึง การกำหนดมาตรฐานตามแนวทางธรรมาภิบาลข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
  • ระดับความสำเร็จของการจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะมาตรฐาน หมายถึง มีการประกาศมาตรฐานโดยคณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ภายใต้ พรบ. DG
  • การส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้  หมายถึง การอบรมให้ความรู้ความเข้าใจ และผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และหลักสูตรอบรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ดศ. ก.พ. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น
  • ระดับความสำเร็จของการนำไปใช้  หมายถึง หน่วยงานนำมาตรฐานไปปฏิบัติ หรือหน่วยงานมีการประกาศแนวทางการทำงานตามมาตรฐานของหน่วยงาน

เอกสารหรือหลักฐานประกอบเกณฑ์การประเมิน คือ

1. มาตรฐานประกาศ Data Governance และ/หรือ Open Data   2. ร่างมาตรฐาน 2 ฉบับ Digitalization และ/หรือ Data Exchange

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสำเร็จในการจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะมาตรฐาน สำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ ผ่าน
ความสำเร็จในการจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะมาตรฐาน สำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ ผ่าน
ความสำเร็จในการจัดทำมาตรฐาน/ข้อเสนอแนะมาตรฐาน สำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐและการจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการบริหารงานและการจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบและช่องทางดิจิทัล โดยมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องกันและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล โดยมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการเข้าถึงของประชาชน และในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อสาธารณะและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (1) การนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ในการบริหารและการให้บริการของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้มีการใช้ระบบดิจิทัลอย่างคุ้มค่าและเต็มศักยภาพ นั้น

กอปรกับ ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้มีการพัฒนาระบบการให้บริการสาธารณะต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ทั้งการเก็บข้อมูลของประชาชนและสถิติ และการขอรับบริการจากภาครัฐผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่อาศัยเพียงข้อมูลภายในของหน่วยงานเท่านั้น ส่งผลให้หน่วยงานเจ้าของบริการยังจำเป็นต้องร้องขอเอกสารหลักฐานทางราชการบางอย่างจากประชาชน เพื่อใช้ประกอบการขอรับบริการ หรือการขอรับบริการบางบริการ ประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อหลายหน่วยงาน ดังนั้น การพัฒนาบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ หรือบริการแบบดิจิทัล โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ ที่ สพร. พัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ และการให้บริการประชาชน จึงเป็นสิ่งสาคัญต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากบริการเป้าหมายแต่ละบริการมีการเชื่อมต่อเข้าสู่แพลตฟอร์มกลางที่ สพร. พัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล เช่น สามารถยื่นคำขอออนไลน์ สามารถชำระค่าธรรมเนียมแบบ e-Payment หรือสามารถออกใบอนุญาตในรูปแบบดิจิทัลได้ เป็นต้น

  • แพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ หมายถึง แพลตฟอร์มกลางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมและเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐในการสร้างบริการดิจิทัลยุคใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง
  • ระดับความสำเร็จของบริการ หมายถึง บริการเป้าหมายแต่ละบริการมีการเชื่อมต่อเข้าสู่แพลตฟอร์มกลางที่ สพร. พัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล    เช่น สามารถยื่นคำขอออนไลน์ สามารถชำระค่าธรรมเนียมแบบ e-Payment หรือสามารถออกใบอนุญาตในรูปแบบดิจิทัลได้ เป็นต้น
  • รายชื่อบริการที่ดำเนินงาน จะต้องมีการหารือร่วมกันกับสำนักงาน ก.พ.ร.
  • เอกสารหรือหลักฐานประกอบเกณฑ์การประเมิน คือ  รายงานสรุปผลการปรับปรุงบริการสาธารณะโดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางภาครัฐ ที่ สพร. พัฒนาขึ้น
ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสำเร็จในการพัฒนาบริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จหรือบริการแบบดิจิทัล โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ ที่ สพร. พัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐและการให้บริการประชาชน 19 (บริการ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ระบุว่า ให้มีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเพื่อกำหนดกรอบและทิศทางการบริหารงานภาครัฐ และการจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบของเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศ มีการปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ และมีกรอบการพัฒนาและแผนการดาเนินงานของประเทศ โดยสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามมาตรา 4 ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง และมาตรา 7 ให้คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (1) เสนอแนะนโยบายและจัดทาแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตามมาตรา 5 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ (6) ให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานของรัฐในการดำเนินการตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และตามพระราชบัญญัตินี้ และ (7) กำกับและติดตามให้หน่วยงานของรัฐมีการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ เป้าหมาย และโครงการในแผนดังกล่าว รวมทั้ง แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลตาม (1) และการกำหนดมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ตาม (3) และระเบียบหรือประกาศตาม (9) เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และเพื่อการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ  สพร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดทำ “แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565” ขึ้น ภายใต้หลักคิดของรัฐบาลดิจิทัลที่ให้ความสำคัญกับการจัดทำและปรับเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นรูปแบบดิจิทัล สามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรวมถึงการเปิดเผยข้อมูล ทั้งยังมีการกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐที่สำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อประชาชนและธุรกิจ

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมีมติเห็นชอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ.2563 - 2565) และได้ประกาศแผนฯ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

  • แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หมายถึง แผนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการตราพระราชบัญญัติ และยุทธศาสตร์ แผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • ระดับความสำเร็จของร่างแผนฯ ผ่านคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หมายถึง คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล มีมติเห็นชอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ.2563 - 2565)
  • เอกสารหรือหลักฐานประกอบเกณฑ์การประเมิน คือ ประกาศราชกิจจานุเบกษาแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ.2563 - 2565)
ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสำเร็จในการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ. 2563 - 2565) ผ่าน
ความสำเร็จในการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ. 2563 - 2565) ผ่าน
ความสำเร็จในการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ. 2563 - 2565) ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 63 ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ สพร 2563/238 ลว. 22 ม.ค. 63 เรื่อง ขอความเห็นชอบร่างตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ในองค์ประกอบ ที่ 2   

กำหนดประเมินตามภารกิจที่รัฐมนตรีผู้รักษาการ รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) มอบหมาย เรื่อง การจัดทำระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติ ให้สามารถรายงานตัวด้วยความ สะดวก รวดเร็ว ตรงเวลา และอยู่ในประเทศไทยได้อย่าง มั่นใจ และสบายใจ รวมไปถึงการเป็น One Stop Service สำหรับชาวต่างชาติที่ตอบโจทย์เรื่องความมั่นคงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และขยายผลไปใช้กับบริการของรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในอนาคต

ซึ่งการพัฒนาระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติ นั้น ถือได้ว่าเป็นระบบที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ผ่านการให้บริการในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความทันสมัย และเป็นช่องทางการให้บริการที่เพิ่มเติมจากช่องทางการบริการปกติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อันจะส่งผลให้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติได้ต่อไป

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการพัฒนาระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติที่ใช้งานได้จริง และรายงานสถิติการใช้งานระบบที่ได้พัฒนาขึ้น ตั้งแต่วันเปิดให้บริการจนถึงวันที่สรุปรายงาน รวมถึง รวบรวมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ ของผู้ใช้งาน (ถ้ามี)

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสำเร็จของการจัดทำระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติ ผ่าน
ความสำเร็จของการจัดทำระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติ ผ่าน
ความสำเร็จของการจัดทำระบบต้นแบบในการให้บริการสำหรับชาวต่างชาติ ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

หลักการ : กำหนดประเมินตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรื่อง กรอบวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับองค์การมหาชน แล้วมีมติสรุปได้ดังนี้

          (๑) เห็นชอบการกำหนดกรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฯ ให้ไม่เกินร้อยละ ๓๐
ของแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี ให้กับองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ รวมถึงองค์การมหาชน  ทั้งสองประเภทที่จะได้รับการจัดตั้งในภายหลังด้วย ยกเว้นองค์การมหาชน จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ ๑) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ๒) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๓) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๔) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ ๕) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๓๒ ของแผนการใช้จ่ายเงิน และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๖๐ ของแผนการใช้จ่ายเงิน

          (๒) ให้องค์การมหาชนที่มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่ากรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเมื่อเทียบกับแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีที่กำหนดใหม่ เสนอ กพม. พิจารณาโดยจะต้องส่งแผนการปรับปรุงค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากรเป็นเวลา ๓ ปี เป็นข้อมูลประกอบด้วย เพื่อเป็นแนวทางควบคุมค่าใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ มิให้เป็นภาระงบประมาณในระยะยาว 

          (๓) กำหนดให้คณะกรรมการองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะและองค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รับผิดชอบกำกับการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีกลไก
ในการทบทวนความเหมาะสมของสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรขององค์การมหาชนแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงภารกิจ รายได้ และเงินทุนสะสมของแต่ละองค์การมหาชน รวมทั้งยึดหลักการที่มิให้มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่าความจำเป็นและไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศ

สูตรการคำนวณ :     (ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร / งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี*) x ๑๐๐

เงื่อนไข : องค์การมหาชนการที่ได้รับการยกเว้นกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จาก กพม. ให้ยกเลิกและตัดน้ำหนักของตัวชี้วัดนี้ 

นิยาม : ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่

          ๑) เงินเดือนและค่าจ้าง

          ๒) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว เงินประกันชีวิตและสุขภาพ ค่าตรวจสุขภาพประจำปี เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม ค่าชดเชย เป็นต้น

          ๓) ค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ

         งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจ มีที่มาของเงินประกอบด้วย

         ๑) เงินอุดหนุน หมายถึง เงินอุดหนุนทั่วไปที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง

         ๒) เงินทุน หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน หรือหมายถึง เงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้ว ซึ่งขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน

              หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินทุน" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุน" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง

         ๓) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งปรากฏตามเอกสารงบประมาณประจำปี โดยแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ เป็นต้น และ (๒) รายได้อื่นๆ ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่างๆ

              หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไม่เกินกรอบวงเงินรวมฯ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ผ่าน
ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจริงไม่สูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

ประสิทธิภาพในการบริหารงานและนวัตกรรมการให้บริการขององค์การมหาชน ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัดย่อยคือ

3.2.1 ความสามารถทางการหารายได้เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ

3.2.2 ระดับความสำเร็จของการพัฒนาต้นแบบจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูล

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยองค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบหนึ่งในกำกับของฝ่ายบริหาร โดยได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐ และดำเนินงานโดยไม่แสวงหากำไรและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ (ที่มา : po.opdc.go.th/content/MTU) ประกอบกับการดำเนินงานตามภารกิจของ สพร. ที่ผ่านมานั้น ได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐในการดำเนินงาน และอีกส่วนหนึ่งมาจากการหารายได้ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร ทั้งนี้ เพื่อให้ สพร. นำรายได้บางส่วนมาจัดสรรเป็นส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานตามภารกิจและการบริหารจัดการภายใน เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐเป็นสำคัญ

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการการหารายได้ของ สพร. ประกอบด้วย

- การให้บริการ Network

- การให้บริการ Non-Network ประกอบด้วย 

1) Maintenance Service Agreement (MA) 

2) System Integration (SI) 

3) Training

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสามารถทางการหารายได้เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ 63.02 (ล้านบาท)

รายละเอียดตัวชี้วัด

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐและการจัดทำบริการสาธารณะเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อการให้บริการและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการบริหารงานและการจัดทำบริการสาธารณะในรูปแบบและช่องทางดิจิทัล โดยมีการบริหารจัดการและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการทำงานให้มีความสอดคล้องกันและเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล โดยมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการเข้าถึงของประชาชน และในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐต่อสาธารณะและสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (4) การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐจัดทำและครอบครองในรูปแบบและช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก มีส่วนร่วมและตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐ และสามารถนำข้อมูลไปพัฒนาบริการและนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้ง มาตรา 17 ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลต่อสาธารณะ โดยต้องให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้อย่างเสรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปเผยแพร่ ใช้ประโยชน์ หรือพัฒนาบริการและนวัตกรรมในรูปแบบ  ต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ มาตรฐานและหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด ซึ่งต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล มาตรา 18 เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชนและการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ         ผ่านระบบดิจิทัล ให้มีศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐในสำนักงานทำหน้าที่ในการประสานงาน ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งหรือเชื่อมโยงข้อมูลตามมาตรา 17 และเปิดเผยแก่ประชาชน

ให้คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนดประเภท รูปแบบ และมาตรฐานของข้อมูล ที่เปิดเผยแก่ประชาชนโดยศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ ทั้งนี้ ต้องเป็นแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งสอดคล้องกับหลักการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสากล

            สพร. เล็งเห็นได้ว่า การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐถือได้ว่าเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งในการสร้างรัฐบาลแบบเปิด เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐ ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่การเปิดเผยข้อมูลจะเน้นในเรื่องของการเพิ่มปริมาณข้อมูลเป็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าปริมาณของข้อมูล ก็คือคุณภาพของข้อมูลในแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ (Machine-readable Data) โดยการเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวนั้น จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานของรัฐมีความโปร่งใส และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการสร้างคุณค่าให้กับสังคม และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังถือได้ว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน (Share Services) แบบครบวงจร ที่สามารถตอบโจทย์การอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลในการแบ่งปันข้อมูล และอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานข้อมูล ทั้งภาครัฐและเอกชนในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สพร. จึงได้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Open Data Platform v.2 ขึ้น เพื่อใช้เป็นระบบศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐที่รองรับการเปิดเผยข้อมูลตามกรอบการกำกับดูแลข้อมูล ให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้งานได้ตามหลักการของข้อมูลเปิด (Open Data Sharing) โดยจะเพิ่มเติมเครื่องมือสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิด เช่น เครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ (Data visualization Tools) จากข้อมูลแบบเปิด รวมไปถึง API เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลได้ เป็นต้น

เกณฑ์การประเมิน :

พิจารณาจากการพัฒนาต้นแบบจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูลของระบบ Open Data Platform v.2 และทดสอบร่วมกับหน่วยงานรัฐอย่างน้อย 1 หน่วยงาน พร้อมทั้ง จัดทำรายงานสรุปผลการใช้งาน เพื่อนำมาปรับปรุงระบบ  

  • การพัฒนาจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูล  หมายถึง การใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ข้อมูลซึ่งได้มาจากการทำโมเดลทดสอบหรือระบบทดสอบข้อมูล เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ
  • ระบบ Open Data Platform v.2 หมายถึง ระบบศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐที่รองรับการเปิดเผยข้อมูลตามกรอบการกำกับดูแลข้อมูล ให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้งานได้ตามหลักการของข้อมูลเปิด (Open Data Sharing) โดยจะเพิ่มเติมเครื่องมือสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิด เช่น เครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ (Data visualization tools) จากข้อมูลแบบเปิด รวมไปถึง API เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลได้ เป็นต้น
  • ระดับความสำเร็จของระบบ หมายถึง สามารถวิเคราะห์ ออกแบบระบบ และรายงานผลความสำเร็จได้
  • หน่วยงานรัฐ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
  • เอกสารหรือหลักฐานประกอบเกณฑ์การประเมิน คือ ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ ซึ่งแสดงในรูปแบบเว็บไซต์ และมีข้อมูลเปิด ฯลฯ รวมถึงรายงานสรุปผลการใช้งาน เพื่อนำมาปรับปรุงระบบ
ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ความสำเร็จของการพัฒนาต้นแบบจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูล ผ่าน
ความสำเร็จของการพัฒนาต้นแบบจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูล ผ่าน
ความสำเร็จของการพัฒนาต้นแบบจากนวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของข้อมูล ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

หลักการ : กำหนดประเมินการเผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนให้ที่รู้จักและแสดงความโปร่งใส ให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ผ่าน web portal โดยแบ่งข้อมูลเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

          กลุ่มที่ 1 ข้อมูลทั่วไป (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อหน่วยงาน/ชื่อผู้อำนวยการ/กลุ่มองค์การมหาชน ฯลฯ)

         2)  กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

         3)  ข้อมูลคณะกรรมการองค์การมหาชน

         4)  ข้อมูลคณะอนุกรรมการองค์การมหาชน

         5)  โครงสร้างองค์กรรายชื่อผู้บริหาร

         กลุ่มที่ 2 ข้อมูลเพื่อการบริหาร (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลจำนวนบุคลากรสายงานหลักและสายงานสนับสนุน

         2)  ข้อมูลเกี่ยวกับเงินอุดหนุน รายได้ และเงินทุนสะสม

         3)  ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายบุคลากร งบประมาณประจำปี แผนการใช้จ่ายเงิน

         4)  อัตรากำลัง

         5)  โครงสร้างเงินเดือนขององค์การมหาชน

         กลุ่มที่ 3 ข้อมูลงานบริการ (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลงานบริการขององค์การมหาชน

         2)  ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมสำคัญขององค์การมหาชน

เกณฑ์การประเมิน : พิจารณาจากความสำเร็จของการเผยแพร่เผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชน ผ่าน web portal ของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยให้องค์การมหาชนจัดส่งข้อมูลสำคัญตามรายการข้อมูลที่กำหนด โดยจัดทำใส่ไฟล์แบบฟอร์มข้อมูล Excel ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1) ผ่าน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) ผ่าน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายัง สำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3) ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดทำบริการสาธารณะเฉพาะที่รองรับภารกิจของรัฐในบางประเภท ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการบริหารจัดการองค์กร องค์การมหาชนจึงควรมุ่งพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสนองตอบความต้องการของผู้รับบริการ การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลตอบสนองความคาดหวังและ ความต้องการจากผู้รับบริการโดยตรง เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการให้มีคุณภาพ

เกณฑ์การประเมินคุณภาพรายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่องานบริการขององค์การมหาชน พิจารณาดังนี้
1. คุณภาพของการสำรวจ พิจารณาจาก ขนาดตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง และการเก็บรวบรวมข้อมูล (ร้อยละ 20)
2. คุณภาพแบบสอบถาม (ร้อยละ 20)
3. ความน่าเชื่อถือของผู้สำรวจ เช่น เป็นหน่วยงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง เป็นต้น (ร้อยละ 20)
4. ความครอบคลุมของผู้ตอบแบบสำรวจ (ร้อยละ 20)
5. งานบริการที่นำมาสำรวจ เช่น งานบริการที่เป็นภารกิจหลักและงานบริการตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 (ร้อยละ 20)

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละความพึงพอใจในการให้บริการขององค์การมหาชน ผ่าน
ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ 100 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้องค์การมหาชนไม่ต้อง อยู่ในกรอบของกฎระเบียบราชการเพื่อให้การบริหารงานมีความอิสระ คล่องตัว และให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการองค์การมหาชนในการควบคุมดูแล กำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่างๆ คณะกรรมการฯ ควรทบทวนบทบาทขององค์การมหาชนให้สามารถตอบสนองต่อสภาพการณ์ปัจจุบันและความต้องการของผู้รับบริการ
ประเด็นการประเมินด้านการควบคุมดูแลกิจการที่ผ่านมากำหนดเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางให้องค์การมหาชนนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและแนวปฏิบัติด้านการควบคุมดูแลกิจการที่เป็นสากล เมื่อองค์การมหาชนได้คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมินปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 4.6 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ย่อมแสดงให้เห็นว่าองค์การมหาชนมีความเข้าใจและมีประสบการณ์สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแล้ว กพม. จึงปรับให้ประเมินเฉพาะประเด็นสำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เรื่อง แนวทางการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของคณะกรรมการฯ ประกอบกับ มีกฎหมายเฉพาะ ที่กำหนดแนวปฏิบัติอื่นๆ ไว้ชัดเจน เช่น พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เป็นต้น ทั้งนี้ ยังคงรายละเอียดส่วนการนำข้อมูลสำคัญเผยแพร่ทางเว็บไซต์ขององค์การมหาชนเพื่อแสดงความโปร่งใส และตรวจสอบได้ในฐานะที่องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
1.1 1) คณะกรรมการทบทวนผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเพื่อกำหนดทิศทาง และนโยบายการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำเร็จ
1.1 2) คณะกรรมการพิจารณาแผนปฏิบัติการ 5 ปี (ในวาระแรก 3 ปี พ.ศ. 2563 - 2565) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายในเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ไม่สำเร็จ
1.2 คณะกรรมการพิจารณาแผนและรายงานผลการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน การบริหารความเสี่ยง การบริหารงานบุคคลและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปฏิบัติงาน ทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) (กรณีการบริหารงานบุคคลจะพิจารณาด้วยว่าองค์การมหาชนมีระบบประเมินผลการ ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร และมีการนำผลประเมินเชื่อมโยงกับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และการต่อสัญญาจ้างงาน) สำเร็จ
1.3 คณะกรรมการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานด้านการเงินและรายงานด้านภารกิจหลักทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) โดยรายงานได้ระบุปัญหาอุปสรรคที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไข สำเร็จ
1.4 คณะกรรมการควบคุมให้องค์การมหาชนมีการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ณ ต้นปีงบประมาณ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 96 ไม่สำเร็จ
1.5 คณะกรรมการกำกับให้มีการรายงานผลการดำเนินงานแก่รัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง สำเร็จ
1.6 ในการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการ ร้อยละ 90 ของจำนวนการประชุมมีกรรมการเข้าประชุมร้อยละ 80 ขึ้นไป ไม่สำเร็จ
1.7 เว็บไซต์ขององค์การมหาชนมีข้อมูลสำคัญครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ดังนี้ 1) ประวัติความเป็นมา คำอธิบายภาพรวมการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ความเสี่ยงสำคัญขององค์กร และผลการปฏิบัติงาน ทั้งด้านการเงินและภารกิจหลัก แผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายการปฏิบัติงานขององค์กร 2) ประวัติของคณะกรรมการรายบุคคล ประกอบด้วย (1) อายุ (2) วุฒิการศึกษา (3) ประวัติการทำงาน (4) วัน เดือน ปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ และ (5) ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน (นอกจากการเป็นคณะกรรมการ) 3) โครงสร้างของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการทุกคณะ พร้อมทั้งอำนาจหน้าที่และอัตราการจ่ายเบี้ยประชุม 4) ข้อมูลการเข้าประชุมของคณะกรรมการ 5) รายงานงบการเงิน พร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงิน 6) โครงการลงทุนที่สำคัญ (ถ้ามี) 7) การจัดซื้อจัดจ้าง 8) นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี 9) ข้อบังคับและ/หรือระเบียบขององค์การมหาชน 10) รายงานประจำปีที่ผ่านมา สำเร็จ
1.8 คณะกรรมการมีการประเมินตนเอง ทั้งแบบรายบุคคลและแบบทั้งคณะ และมีการเปิดเผยผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการในที่ประชุม และกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ สำเร็จ