รายงานผลการประเมิน

สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
40
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

- พิจารณาจากจำนวนเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่ดินทำกิน โดย บจธ. จัดซื้อ จัดให้เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยการให้เช่า เช่าซื้อ และสนับสนุนสินเชื่อให้กับองค์กรชุมชน กลุ่มเกษตรกร หรือสถาบันเกษตรกร ที่เป็นนิติบุคคลหรือไม่ใช่นิติบุคคล การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน และใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรและผู้ยากจนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง เพื่อความมั่นคงบนพื้นฐานของหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

- กลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดอื่นๆ ที่เกษตรกร ผู้ยากจนผู้ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินยื่นขอความช่วยเหลือด้านที่ดินทำกิน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
263 (ราย)

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย

โครงการแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับความเดือดร้อนจาก ปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน หรือสูญเสียสิทธิในที่ดินไปแล้ว จากการจำนอง การขายฝาก และการถูกบังคับคดี โดยการให้เช่าซื้อ หรือให้สินเชื่อแก่ เกษตรกรและผู้ยากจนเพื่อคงสิทธิในที่ดิน และให้สินเชื่อแก่ผู้ที่มีปัญหาการลงทุนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตลอดจนการฟื้นฟูและติดตามการชำระหนี้ ของผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว (เช่น ซื้อที่ดินที่หลุดขายฝากไปแล้ว ซื้อที่ดินที่ถูกขายทอดตลาด ไถ่ถอนที่ดินจากการขายฝาก ไถ่ถอนที่ดินจากการ จำนอง ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นต้น) ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม

เกณฑ์การประเมิน

พิจารณาจากจำนวนเกษตรกรและผู้ยากจน จำนวน 49 ราย ที่ได้รับความช่วยเหลือภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรและ ผู้ยากจน ภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2563

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
53 (ราย)

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย

โครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐ เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับความเดือดร้อน จากผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐในพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น โครงการรถไฟรางคู่ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเกษตรกรในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวได้รับผลกระทบ เป็นต้น โดยการจัดสรรที่ดินด้วยวิธีการให้เช่าซื้อ/เช่า

เกณฑ์การประเมิน

พิจารณาจากจำนวนเกษตรกรและผู้ยากจน จำนวน 50 ราย ที่ได้รับความช่วยเหลือภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดำเนิน นโยบายของรัฐ ภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2563

 

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
53 (ราย)

รายละเอียดตัวชี้วัด

คำอธิบาย

    โครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน 5 ชุมชน เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากการไม่มีที่ดินทำกินหรือมีไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ ในพื้นที่ 5 ชุมชน ได้แก่ บ้านไร่ดง บ้านแพะใต้ บ้านแม่อาว บ้านท่ากอม่วง จังหวัดลำพูน และบ้านโป่ง จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัยตามรูปแบบที่ บจธ. กำหนด ได้แก่

1) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ และจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์

2) การจัดซื้อที่ดิน และอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ชั่วคราว

3) การส่งเสริมและพัฒนา ช่วยเหลือด้านต่างๆ เช่น จัดทำระบบน้ำบาดาลในพื้นที่เกษตร การขยายเขตไฟฟ้าเข้าพื้นที่การเกษตร จัดทำอ่างเก็บน้ำ สาธารณะ จัดทำถนนคอนกรีต เป็นต้น

เกณฑ์การประเมิน

    พิจารณาจากจำนวนเกษตรกรและผู้ยากจน จำนวน 11 ครัวเรือน ที่ได้รับความช่วยเหลือภายใต้โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน 5 ชุมชนภายในวันที่ 7 มิถุนายน 2563

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
12 (ครัวเรือน)

รายละเอียดตัวชี้วัด

หลักการ : กำหนดประเมินตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรื่อง กรอบวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับองค์การมหาชน แล้วมีมติสรุปได้ดังนี้

          (๑) เห็นชอบการกำหนดกรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฯ ให้ไม่เกินร้อยละ ๓๐
ของแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี ให้กับองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ รวมถึงองค์การมหาชน  ทั้งสองประเภทที่จะได้รับการจัดตั้งในภายหลังด้วย ยกเว้นองค์การมหาชน จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ ๑) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ๒) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๓) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๔) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ ๕) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๓๒ ของแผนการใช้จ่ายเงิน และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๖๐ ของแผนการใช้จ่ายเงิน

          (๒) ให้องค์การมหาชนที่มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่ากรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเมื่อเทียบกับแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีที่กำหนดใหม่ เสนอ กพม. พิจารณาโดยจะต้องส่งแผนการปรับปรุงค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากรเป็นเวลา ๓ ปี เป็นข้อมูลประกอบด้วย เพื่อเป็นแนวทางควบคุมค่าใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ มิให้เป็นภาระงบประมาณในระยะยาว 

          (๓) กำหนดให้คณะกรรมการองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะและองค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รับผิดชอบกำกับการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีกลไก
ในการทบทวนความเหมาะสมของสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรขององค์การมหาชนแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงภารกิจ รายได้ และเงินทุนสะสมของแต่ละองค์การมหาชน รวมทั้งยึดหลักการที่มิให้มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่าความจำเป็นและไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศ

สูตรการคำนวณ :     (ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร / งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี*) x ๑๐๐

เงื่อนไข : องค์การมหาชนการที่ได้รับการยกเว้นกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จาก กพม. ให้ยกเลิกและตัดน้ำหนักของตัวชี้วัดนี้ 

นิยาม : ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่

          ๑) เงินเดือนและค่าจ้าง

          ๒) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว เงินประกันชีวิตและสุขภาพ ค่าตรวจสุขภาพประจำปี เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม ค่าชดเชย เป็นต้น

          ๓) ค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ

         งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจ มีที่มาของเงินประกอบด้วย

         ๑) เงินอุดหนุน หมายถึง เงินอุดหนุนทั่วไปที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง

         ๒) เงินทุน หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน หรือหมายถึง เงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้ว ซึ่งขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน

              หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินทุน" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุน" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง

         ๓) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งปรากฏตามเอกสารงบประมาณประจำปี โดยแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ เป็นต้น และ (๒) รายได้อื่นๆ ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่างๆ

              หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไม่เกินกรอบวงเงินรวมฯ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ไม่ผ่าน
ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจริงไม่สูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

หลักการ : กำหนดประเมินการเผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนให้ที่รู้จักและแสดงความโปร่งใส ให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ผ่าน web portal โดยแบ่งข้อมูลเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

          กลุ่มที่ 1 ข้อมูลทั่วไป (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อหน่วยงาน/ชื่อผู้อำนวยการ/กลุ่มองค์การมหาชน ฯลฯ)

         2)  กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

         3)  ข้อมูลคณะกรรมการองค์การมหาชน

         4)  ข้อมูลคณะอนุกรรมการองค์การมหาชน

         5)  โครงสร้างองค์กรรายชื่อผู้บริหาร

         กลุ่มที่ 2 ข้อมูลเพื่อการบริหาร (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลจำนวนบุคลากรสายงานหลักและสายงานสนับสนุน

         2)  ข้อมูลเกี่ยวกับเงินอุดหนุน รายได้ และเงินทุนสะสม

         3)  ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายบุคลากร งบประมาณประจำปี แผนการใช้จ่ายเงิน

         4)  อัตรากำลัง

         5)  โครงสร้างเงินเดือนขององค์การมหาชน

         กลุ่มที่ 3 ข้อมูลงานบริการ (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)

         1)  ข้อมูลงานบริการขององค์การมหาชน

         2)  ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมสำคัญขององค์การมหาชน

เกณฑ์การประเมิน : พิจารณาจากความสำเร็จของการเผยแพร่เผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชน ผ่าน web portal ของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยให้องค์การมหาชนจัดส่งข้อมูลสำคัญตามรายการข้อมูลที่กำหนด โดยจัดทำใส่ไฟล์แบบฟอร์มข้อมูล Excel ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1) ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) ไม่ผ่าน
องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายัง สำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3) ไม่ผ่าน

รายละเอียดตัวชี้วัด

องค์การมหาชนจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดทำบริการสาธารณะเฉพาะที่รองรับภารกิจของรัฐในบางประเภท ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการบริหารจัดการองค์กร องค์การมหาชนจึงควรมุ่งพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสนองตอบความต้องการของผู้รับบริการ การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลตอบสนองความคาดหวังและ ความต้องการจากผู้รับบริการโดยตรง เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการให้มีคุณภาพ

เกณฑ์การประเมินคุณภาพรายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่องานบริการขององค์การมหาชน พิจารณาดังนี้
1. คุณภาพของการสำรวจ พิจารณาจาก ขนาดตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง และการเก็บรวบรวมข้อมูล (ร้อยละ 20)
2. คุณภาพแบบสอบถาม (ร้อยละ 20)
3. ความน่าเชื่อถือของผู้สำรวจ เช่น เป็นหน่วยงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง เป็นต้น (ร้อยละ 20)
4. ความครอบคลุมของผู้ตอบแบบสำรวจ (ร้อยละ 20)
5. งานบริการที่นำมาสำรวจ เช่น งานบริการที่เป็นภารกิจหลักและงานบริการตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 (ร้อยละ 20)

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละความพึงพอใจในการให้บริการขององค์การมหาชน ไม่ผ่าน
ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ 0 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้องค์การมหาชนไม่ต้อง อยู่ในกรอบของกฎระเบียบราชการเพื่อให้การบริหารงานมีความอิสระ คล่องตัว และให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการองค์การมหาชนในการควบคุมดูแล กำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่างๆ คณะกรรมการฯ ควรทบทวนบทบาทขององค์การมหาชนให้สามารถตอบสนองต่อสภาพการณ์ปัจจุบันและความต้องการของผู้รับบริการ
ประเด็นการประเมินด้านการควบคุมดูแลกิจการที่ผ่านมากำหนดเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางให้องค์การมหาชนนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและแนวปฏิบัติด้านการควบคุมดูแลกิจการที่เป็นสากล เมื่อองค์การมหาชนได้คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมินปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 4.6 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ย่อมแสดงให้เห็นว่าองค์การมหาชนมีความเข้าใจและมีประสบการณ์สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแล้ว กพม. จึงปรับให้ประเมินเฉพาะประเด็นสำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เรื่อง แนวทางการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของคณะกรรมการฯ ประกอบกับ มีกฎหมายเฉพาะ ที่กำหนดแนวปฏิบัติอื่นๆ ไว้ชัดเจน เช่น พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เป็นต้น ทั้งนี้ ยังคงรายละเอียดส่วนการนำข้อมูลสำคัญเผยแพร่ทางเว็บไซต์ขององค์การมหาชนเพื่อแสดงความโปร่งใส และตรวจสอบได้ในฐานะที่องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
1.1 1) คณะกรรมการทบทวนผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเพื่อกำหนดทิศทาง และนโยบายการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำเร็จ
1.1 2) คณะกรรมการพิจารณาแผนปฏิบัติการ 5 ปี (ในวาระแรก 3 ปี พ.ศ. 2563 - 2565) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายในเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด สำเร็จ
1.2 คณะกรรมการพิจารณาแผนและรายงานผลการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน การบริหารความเสี่ยง การบริหารงานบุคคลและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปฏิบัติงาน ทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) (กรณีการบริหารงานบุคคลจะพิจารณาด้วยว่าองค์การมหาชนมีระบบประเมินผลการ ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร และมีการนำผลประเมินเชื่อมโยงกับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และการต่อสัญญาจ้างงาน) สำเร็จ
1.3 คณะกรรมการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานด้านการเงินและรายงานด้านภารกิจหลักทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) โดยรายงานได้ระบุปัญหาอุปสรรคที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไข สำเร็จ
1.4 คณะกรรมการควบคุมให้องค์การมหาชนมีการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ณ ต้นปีงบประมาณ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 96 สำเร็จ
1.5 คณะกรรมการกำกับให้มีการรายงานผลการดำเนินงานแก่รัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง สำเร็จ
1.6 ในการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการ ร้อยละ 90 ของจำนวนการประชุมมีกรรมการเข้าประชุมร้อยละ 80 ขึ้นไป สำเร็จ
1.7 เว็บไซต์ขององค์การมหาชนมีข้อมูลสำคัญครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ดังนี้ 1) ประวัติความเป็นมา คำอธิบายภาพรวมการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ความเสี่ยงสำคัญขององค์กร และผลการปฏิบัติงาน ทั้งด้านการเงินและภารกิจหลัก แผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายการปฏิบัติงานขององค์กร 2) ประวัติของคณะกรรมการรายบุคคล ประกอบด้วย (1) อายุ (2) วุฒิการศึกษา (3) ประวัติการทำงาน (4) วัน เดือน ปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ และ (5) ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน (นอกจากการเป็นคณะกรรมการ) 3) โครงสร้างของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการทุกคณะ พร้อมทั้งอำนาจหน้าที่และอัตราการจ่ายเบี้ยประชุม 4) ข้อมูลการเข้าประชุมของคณะกรรมการ 5) รายงานงบการเงิน พร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงิน 6) โครงการลงทุนที่สำคัญ (ถ้ามี) 7) การจัดซื้อจัดจ้าง 8) นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี 9) ข้อบังคับและ/หรือระเบียบขององค์การมหาชน 10) รายงานประจำปีที่ผ่านมา สำเร็จ
1.8 คณะกรรมการมีการประเมินตนเอง ทั้งแบบรายบุคคลและแบบทั้งคณะ และมีการเปิดเผยผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการในที่ประชุม และกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ สำเร็จ