รายงานผลการประเมิน
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
/ สำนักนายกรัฐมนตรี90
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
เป็นการประเมินผลที่มุ่งยกระดับและต่อยอดการพัฒนา MICE Intelligence Center จากปี พ.ศ. 2562 โดยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จาก MICE Data Intelligence ที่รวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการไมซ์ และส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการใช้ข้อมูลเชิงลึกและสารสนเทศเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ และมุ่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า
ในการใช้งาน MICE Intelligence Center ทั้งนี้ สสปน. จะจัดทำแผนพัฒนาการให้บริการ และพัฒนาหรือปรับปรุงการให้บริการตามผลการสำรวจหรือข้อเสนอแนะของผู้ใช้บริการเพื่อพัฒนาการให้บริการต่อไป
เกณฑ์การประเมิน
พิจารณาจากยอดการเข้าชมและใช้งาน MICE Intelligence Center ผ่าน www.tceb.or.th ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการจากการพัฒนาและให้บริการ MICE Intelligence Center
เงื่อนไข
- การรายงานจะต้องมีบทวิเคราะห์ตามกลุ่มเป้าหมาย New users, Royalty และอื่นๆ เช่น หัวข้อ/เรื่อง/หมวดข้อมูลที่ได้รับความสนใจ/ไม่ได้รับความสนใจ
- เป้าหมายขั้นสูง สสปน. มีรายงานแนวทางการพัฒนา/ปรับปรุงงานบริการด้านข้อมูลไมซ์ตามข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็นของผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการให้บริการยิ่งขึ้น โดยเสนอแนะคณะกรรมการ สสปน. ภายใน 30 กันยายน 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| คะแนนประเมินผลความพึงพอใจของผู้ใช้บริการจากการพัฒนาและให้บริการ MICE Intelligence Center | ผ่าน |
| ยอดการเข้าชมและใช้งาน MICE Intelligence Center ผ่าน www.tceb.or.th | 376,332 (Page views) |
| ความสำเร็จของการพัฒนาและให้บริการ MICE Intelligence Center ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
เนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยประเทศไทยได้มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ประกอบกับมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ ทำให้ไม่สามารถเดินทางลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์หรืออบรมให้ความรู้ และตรวจรับรองมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (TSEMS) ได้ รวมทั้ง เมื่อเกิดสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการยังไม่มีความพร้อมและความต้องการในการตรวจรับรองมาตรฐาน (TSEMS) เนื่องจากต้องเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยและการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการลงทุนด้านการบริหารจัดการ รวมทั้งการสมัครเข้ารับการตรวจรับรองต้องใช้งบประมาณและบุคลากรร่วมในการดำเนินการ ซึ่งสถานประกอบการเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความพร้อมของผู้ประกอบการในการขอรับการตรวจรับรองมาตรฐานฯ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความต้องการเพียงการเพิ่มองค์ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอรับการรับรองในปีถัดไป
ดังนั้น สสปน. ได้ดำเนินการ ดังนี้
1. สำรวจความพร้อมของผู้ประกอบการที่จะขอรับการตรวจประเมิน จำนวน 50 ราย พบว่า ผู้ประกอบการมีความพร้อมในระดับสูงที่จะขอรับการตรวจประเมิน เพียงร้อยละ 10 มีความพร้อมระดับปานกลาง ร้อยละ 19 และมีความพร้อมในระดับต่ำ/ไม่มีความพร้อม ถึงร้อยละ 71 นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีความสนใจที่จะปรับแนวทางการพัฒนาจากการเข้ารับการตรวจประเมิน เป็นการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการฟื้นฟูหลังวิกฤติ อาทิ การอบรมองค์ความรู้ในการใช้มาตรฐาน TSEMS เป็นกรอบในการดำเนินงาน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสหารายได้ องค์ความรู้ในการบริหารความเสี่ยงและแผนรองรับวิกฤติในอนาคต องค์ความรู้ในการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement) เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม องค์ความรู้ในการลดขยะจากการให้บริการอาหาร (Food Waste Prevention) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการให้บริการ เป็นต้น
2. กำหนดจัดอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการในรูปแบบออนไลน์ โดยมีหัวข้อการฝึกอบรม 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) การบริหารความเสี่ยงและแผนรองรับวิกฤติในอนาคต 2) การบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน และ 3) การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
3. จัดสื่อประชาสัมพันธ์มาตรฐาน TSEMS เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการรับสมัครในปี 2564 ทาง facebook
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ผ่าน | |
| ผ่าน | |
| ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
เป็นการประเมินผลที่มุ่งประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานของ สสปน. ในการดึงงานงานไมซ์หรือการสร้างงานใหม่ในประเทศไทย (Won Bid)
ผ่านกิจกรรม ดังนี้
- อุตสาหกรรม Meeting and Incentive คือ การดึงงานประชุมหรือการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลขนาดใหญ่ที่มีนักเดินทางไมซ์กลุ่มละ 2,000 คนขึ้นไป
- อุตสาหกรรม Convention คือ การชนะงานประมูลสิทธิ์หรือดึงงานการประชุมนานาชาติ
- อุตสาหกรรม Exhibition คือ การสร้างงานใหม่หรือการดึงงานประเภทนิทรรศการ
- Mega & Special Events คือการดึงงานหรือสร้างงานมหกรรมนานาชาติในประเทศไทย
เงื่อนไข
งานทั้งหมดต้องมีการประกาศผลหรือยืนยันการจัดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (ต.ค. 2562 – ก.ย. 2563)
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ความสำเร็จของการดึงงานหรือการสร้างงาน MICE ใหม่ในประเทศไทย (Won Bid) | 30 (งาน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
จำนวนการประชุมนานาชาติ (Number of Association Meeting) เป็น 1 ใน 5 ของตัวชี้วัดย่อยด้าน Cultural Resources and Business Travel
ของดัชนีความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว Travel and Tourism Competitiveness Index (TTCI) ที่บรรจุอยู่ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ประเด็นการท่องเที่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกณฑ์การประเมิน
ICCA จะพิจารณาจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เข้าเกณฑ์ 3 ข้อคือ (1) งานมีกำหนดจัดเป็นประจำ ไม่ใช่จัดครั้งแรก (2) มีการหมุนเวียนจัดในประเทศต่างๆ อย่างน้อย 3 ประเทศขึ้นไป และ (3) มีผู้เข้าร่วมตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
เงื่อนไข
ใช้ข้อมูลจากรายงานผลของ International Congress and Convention Association (ICCA) พ.ศ. 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| อันดับของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดประชุมนานาชาติ ICCA : World Ranking | 27 (อันดับที่) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ให้ความเห็นชอบตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562
ตามหนังสือ สสปน. ที่ 3501/01744 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562
เป็นตัวชี้วัดที่มุ่งประเมินการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายสำคัญหรือเร่งด่วนของรัฐบาลหรือภารกิจที่รัฐมนตรีผู้รักษาการมอบหมาย โดยเป็นนโยบาย
ที่มุ่งผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ในการจัดกิจกรรมไมซ์ การพัฒนาทักษะองค์ความรู้ ยกระดับการจัดงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการ ความพร้อมด้านต่างๆ ในการผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคหรือท้องถิ่นด้วยกิจกรรมไมซ์ผ่านโครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX) ร่วมกับ 11 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเพิ่มบทบาท สสปน. ในการผลักดันการสร้างงานในภูมิภาคร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร การอำนวยความสะดวก การพัฒนาและยกระดับศักยภาพของงาน เช่น การยกระดับ Contractor, บุคลากร, เมือง, สถานที่ ฯลฯ และรวมถึงการกระตุ้นการสร้างการมีส่วนร่วมของเมือง เพื่อสร้างและกระจายรายได้สู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เกณฑ์การประเมิน
พิจารณาจากจำนวนกิจกรรมไมซ์ (โครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX)) ที่ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ
เงื่อนไข
ให้รายงานความสำเร็จจากการจัดงาน อาทิ มูลค่า/รายได้ จำนวนผู้เข้าร่วมงาน และความสำเร็จในการพัฒนา/ยกระดับศักยภาพการจัดงานประกอบการรายงานผลด้วย
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| จำนวนกิจกรรมไมซ์ (โครงการ Empower Thailand Exhibition (EMTEX)) ที่ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค | 7 (งาน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
หลักการ : กำหนดประเมินตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรื่อง กรอบวงเงินรวมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับองค์การมหาชน แล้วมีมติสรุปได้ดังนี้
(๑) เห็นชอบการกำหนดกรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฯ ให้ไม่เกินร้อยละ ๓๐
ของแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี ให้กับองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ รวมถึงองค์การมหาชน ทั้งสองประเภทที่จะได้รับการจัดตั้งในภายหลังด้วย ยกเว้นองค์การมหาชน จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ ๑) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ๒) สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๓) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ๔) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ ๕) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๓๒ ของแผนการใช้จ่ายเงิน และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) กำหนดให้ไม่เกินร้อยละ ๖๐ ของแผนการใช้จ่ายเงิน
(๒) ให้องค์การมหาชนที่มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่ากรอบวงเงินรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเมื่อเทียบกับแผนการใช้จ่ายเงินประจำปีที่กำหนดใหม่ เสนอ กพม. พิจารณาโดยจะต้องส่งแผนการปรับปรุงค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากรเป็นเวลา ๓ ปี เป็นข้อมูลประกอบด้วย เพื่อเป็นแนวทางควบคุมค่าใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ มิให้เป็นภาระงบประมาณในระยะยาว
(๓) กำหนดให้คณะกรรมการองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะและองค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม รับผิดชอบกำกับการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ และให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีกลไก
ในการทบทวนความเหมาะสมของสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรขององค์การมหาชนแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงภารกิจ รายได้ และเงินทุนสะสมของแต่ละองค์การมหาชน รวมทั้งยึดหลักการที่มิให้มีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเกินกว่าความจำเป็นและไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศ
สูตรการคำนวณ : (ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร / งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินประจำปี*) x ๑๐๐
เงื่อนไข : องค์การมหาชนการที่ได้รับการยกเว้นกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จาก กพม. ให้ยกเลิกและตัดน้ำหนักของตัวชี้วัดนี้
นิยาม : ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่
๑) เงินเดือนและค่าจ้าง
๒) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว เงินประกันชีวิตและสุขภาพ ค่าตรวจสุขภาพประจำปี เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม ค่าชดเชย เป็นต้น
๓) ค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ
งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจ มีที่มาของเงินประกอบด้วย
๑) เงินอุดหนุน หมายถึง เงินอุดหนุนทั่วไปที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง
๒) เงินทุน หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน หรือหมายถึง เงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้ว ซึ่งขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน
หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินทุน" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุน" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง
๓) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งปรากฏตามเอกสารงบประมาณประจำปี โดยแบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ เป็นต้น และ (๒) รายได้อื่นๆ ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่างๆ
หมายเหตุ จำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไม่เกินกรอบวงเงินรวมฯ ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด | ผ่าน |
| ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจริงไม่สูงกว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
ประสิทธิภาพในการบริหารงานและนวัตกรรมการให้บริการขององค์การมหาชน ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัดย่อยคือ
3.2.1 ความสามารถทางการหารายได้เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ
3.2.2 การพัฒนานวัตกรรมการให้บริการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (Thai MICE Connect)
รายละเอียดตัวชี้วัด
พิจารณาจากรายได้จากการจัดอบรมสัมมนา และรายได้ค่าลงทะเบียนเข้าร่วมงานกิจกรรมการตลาดและการให้บริการต่าง ๆ เป็นต้น
เงื่อนไข
รายได้ที่มาจากการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยไม่รวมดอกเบี้ย
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ความสามารถทางการหารายได้เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ | 2.68 (ล้านบาท) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
เป็นตัวชี้วัดที่พัฒนานวัตกรรมการให้บริการข้อมูลผู้ประกอบการไมซ์และที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อผลักดันให้มีฐานข้อมูลไมซ์ที่ครบถ้วนและครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางด้านตลาดไมซ์ (MICE Marketplace) และมุ่งสร้างระบบนิเวศน์ในอุตสาหกรรมไมซ์ (ผู้ซื้อพบผู้ขาย) แบบบูรณาการและเกิดธุรกิจได้จริง พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลและเกิดโอกาสทางธุรกิจ เป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารอุตสาหกรรม ช่องทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพันธมิตรให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการวิเคราะห์ธุรกิจที่เกิดจากการเข้าเยี่ยมชมหรือความสนใจของลูกค้าที่มีต่อผู้ประกอบการรายนั้น ๆ
เกณฑ์การประเมิน/เงื่อนไข
- พิจารณาจากการพัฒนานวัตกรรมการให้บริการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (Thai MICE Connect) โดยมีจำนวนข้อมูลผู้ประกอบการตามค่าเป้าหมายที่กำหนดพร้อมคะแนนประเมินผลความพึงพอใจไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
- ชุดข้อมูลที่รวบรวมในฐานข้อมูล ประกอบด้วย 8 ชุดข้อมูล ดังนี้ (1) ชุดข้อมูลโรงแรม (2) ชุดข้อมูลสถานที่จัดงาน (3) ชุดข้อมูลสถานที่ที่ได้รับมาตรฐานห้องประชุม Thailand MICE Venue Standard (TMVS) (4) ชุดข้อมูลผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดประชุม สัมมนาและแสดงสินค้า (5) ชุดข้อมูลองค์กรและสมาคม (6) ชุดข้อมูลวิทยากร (7) ชุดข้อมูลสถาบันการศึกษาที่สอนด้านไมซ์ และ (8) ชุดข้อมูลปฏิทินการจัดงานไมซ์
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| คะแนนประเมินผลความพึงพอใจ | ผ่าน |
| จำนวนข้อมูลผู้ประกอบการ | 9,997 (ราย) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
หลักการ : กำหนดประเมินการเผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนให้ที่รู้จักและแสดงความโปร่งใส ให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ผ่าน web portal โดยแบ่งข้อมูลเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ข้อมูลทั่วไป (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)
1) ข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อหน่วยงาน/ชื่อผู้อำนวยการ/กลุ่มองค์การมหาชน ฯลฯ)
2) กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
3) ข้อมูลคณะกรรมการองค์การมหาชน
4) ข้อมูลคณะอนุกรรมการองค์การมหาชน
5) โครงสร้างองค์กรรายชื่อผู้บริหาร
กลุ่มที่ 2 ข้อมูลเพื่อการบริหาร (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)
1) ข้อมูลจำนวนบุคลากรสายงานหลักและสายงานสนับสนุน
2) ข้อมูลเกี่ยวกับเงินอุดหนุน รายได้ และเงินทุนสะสม
3) ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายบุคลากร งบประมาณประจำปี แผนการใช้จ่ายเงิน
4) อัตรากำลัง
5) โครงสร้างเงินเดือนขององค์การมหาชน
กลุ่มที่ 3 ข้อมูลงานบริการ (ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้ง – ปัจจุบัน)
1) ข้อมูลงานบริการขององค์การมหาชน
2) ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมสำคัญขององค์การมหาชน
เกณฑ์การประเมิน : พิจารณาจากความสำเร็จของการเผยแพร่เผยแพร่สารสนเทศสำคัญขององค์การมหาชน ผ่าน web portal ของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยให้องค์การมหาชนจัดส่งข้อมูลสำคัญตามรายการข้อมูลที่กำหนด โดยจัดทำใส่ไฟล์แบบฟอร์มข้อมูล Excel ที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1) | ผ่าน |
| องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายังสำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2) | ผ่าน |
| องค์การมหาชนส่งข้อมูลสำคัญ ขององค์การมหาชนมายัง สำนักงาน ก.พ.ร. ครบถ้วน ตามรายการที่กำหนด (ข้อมูลกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3) | ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
องค์การมหาชนจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดทำบริการสาธารณะเฉพาะที่รองรับภารกิจของรัฐในบางประเภท ที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการบริหารจัดการองค์กร องค์การมหาชนจึงควรมุ่งพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสนองตอบความต้องการของผู้รับบริการ การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการเป็นวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลตอบสนองความคาดหวังและ ความต้องการจากผู้รับบริการโดยตรง เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการให้มีคุณภาพ
เกณฑ์การประเมินคุณภาพรายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่องานบริการขององค์การมหาชน พิจารณาดังนี้
1. คุณภาพของการสำรวจ พิจารณาจาก ขนาดตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่าง และการเก็บรวบรวมข้อมูล (ร้อยละ 20)
2. คุณภาพแบบสอบถาม (ร้อยละ 20)
3. ความน่าเชื่อถือของผู้สำรวจ เช่น เป็นหน่วยงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง เป็นต้น (ร้อยละ 20)
4. ความครอบคลุมของผู้ตอบแบบสำรวจ (ร้อยละ 20)
5. งานบริการที่นำมาสำรวจ เช่น งานบริการที่เป็นภารกิจหลักและงานบริการตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 (ร้อยละ 20)
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความพึงพอใจในการให้บริการขององค์การมหาชน | ผ่าน |
| ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณภาพ | 100 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้องค์การมหาชนไม่ต้อง อยู่ในกรอบของกฎระเบียบราชการเพื่อให้การบริหารงานมีความอิสระ คล่องตัว และให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการองค์การมหาชนในการควบคุมดูแล กำหนดนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงาน ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงาน อนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงิน ตลอดจนออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือข้อกำหนดต่างๆ คณะกรรมการฯ ควรทบทวนบทบาทขององค์การมหาชนให้สามารถตอบสนองต่อสภาพการณ์ปัจจุบันและความต้องการของผู้รับบริการ
ประเด็นการประเมินด้านการควบคุมดูแลกิจการที่ผ่านมากำหนดเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทางให้องค์การมหาชนนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและแนวปฏิบัติด้านการควบคุมดูแลกิจการที่เป็นสากล เมื่อองค์การมหาชนได้คะแนนเฉลี่ย ผลการประเมินปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 4.6 คะแนนจากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ย่อมแสดงให้เห็นว่าองค์การมหาชนมีความเข้าใจและมีประสบการณ์สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแล้ว กพม. จึงปรับให้ประเมินเฉพาะประเด็นสำคัญตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เรื่อง แนวทางการควบคุมดูแลกิจการของคณะกรรมการองค์การมหาชน และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของคณะกรรมการฯ ประกอบกับ มีกฎหมายเฉพาะ ที่กำหนดแนวปฏิบัติอื่นๆ ไว้ชัดเจน เช่น พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เป็นต้น ทั้งนี้ ยังคงรายละเอียดส่วนการนำข้อมูลสำคัญเผยแพร่ทางเว็บไซต์ขององค์การมหาชนเพื่อแสดงความโปร่งใส และตรวจสอบได้ในฐานะที่องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1.1 1) คณะกรรมการทบทวนผลการดำเนินงานขององค์การมหาชนเพื่อกำหนดทิศทาง และนโยบายการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง | สำเร็จ |
| 1.1 2) คณะกรรมการพิจารณาแผนปฏิบัติการ 5 ปี (ในวาระแรก 3 ปี พ.ศ. 2563 - 2565) และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายในเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด | สำเร็จ |
| 1.2 คณะกรรมการพิจารณาแผนและรายงานผลการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน การบริหารความเสี่ยง การบริหารงานบุคคลและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ปฏิบัติงาน ทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) (กรณีการบริหารงานบุคคลจะพิจารณาด้วยว่าองค์การมหาชนมีระบบประเมินผลการ ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร และมีการนำผลประเมินเชื่อมโยงกับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และการต่อสัญญาจ้างงาน) | สำเร็จ |
| 1.3 คณะกรรมการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานด้านการเงินและรายงานด้านภารกิจหลักทุกไตรมาส (อย่างน้อยสามไตรมาส) โดยรายงานได้ระบุปัญหาอุปสรรคที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไข | สำเร็จ |
| 1.4 คณะกรรมการควบคุมให้องค์การมหาชนมีการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ณ ต้นปีงบประมาณ ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 96 | ไม่สำเร็จ |
| 1.5 คณะกรรมการกำกับให้มีการรายงานผลการดำเนินงานแก่รัฐมนตรีที่กำกับดูแลองค์การมหาชนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง | สำเร็จ |
| 1.6 ในการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการ ร้อยละ 90 ของจำนวนการประชุมมีกรรมการเข้าประชุมร้อยละ 80 ขึ้นไป | สำเร็จ |
| 1.7 เว็บไซต์ขององค์การมหาชนมีข้อมูลสำคัญครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ดังนี้ 1) ประวัติความเป็นมา คำอธิบายภาพรวมการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ ความเสี่ยงสำคัญขององค์กร และผลการปฏิบัติงาน ทั้งด้านการเงินและภารกิจหลัก แผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายการปฏิบัติงานขององค์กร 2) ประวัติของคณะกรรมการรายบุคคล ประกอบด้วย (1) อายุ (2) วุฒิการศึกษา (3) ประวัติการทำงาน (4) วัน เดือน ปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ และ (5) ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน (นอกจากการเป็นคณะกรรมการ) 3) โครงสร้างของคณะกรรมการ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการทุกคณะ พร้อมทั้งอำนาจหน้าที่และอัตราการจ่ายเบี้ยประชุม 4) ข้อมูลการเข้าประชุมของคณะกรรมการ 5) รายงานงบการเงิน พร้อมหมายเหตุประกอบงบการเงิน 6) โครงการลงทุนที่สำคัญ (ถ้ามี) 7) การจัดซื้อจัดจ้าง 8) นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี 9) ข้อบังคับและ/หรือระเบียบขององค์การมหาชน 10) รายงานประจำปีที่ผ่านมา | สำเร็จ |
| 1.8 คณะกรรมการมีการประเมินตนเอง ทั้งแบบรายบุคคลและแบบทั้งคณะ และมีการเปิดเผยผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการในที่ประชุม และกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ | สำเร็จ |