สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
. การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะดำเนินการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย โดยแยกประเมินตามลำดับกฎหมาย 2 ประเภท แบ่งเป็น 2 ตัวชี้วัดย่อย
1.1 กฎหมายแม่บท ได้แก่ พระราชบัญญัติ
1.2 กฎหมายลูกบท ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง/ต่ำกว่า
2. โดยกำหนดมาตรฐานระยะเวลาแล้วเสร็จ ดังนี้
2.1 กฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
2.2 กฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
2.3 กฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
2.4 กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้าย ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายปกติไม่เกิน 4 เดือน แผนที่มากกว่า 1 แผ่น ไม่เกิน 6 เดือน มีปัญหาความยุ่งยาก ไม่เกิน 8 เดือน
3. ร่างกฎหมายที่ไม่นำมานับเป็นผลการดำเนินงาน โดยมีเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการพิจารณาปกติ เรียกว่า ประเภทของกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษ จำนวน 6 ประเภท ดังนี้
3.1 ประเภท 1 หมายถึง กฎหมายที่มีผลกระทบในทางสังคมหรือเศรษฐกิจเป็นอย่างมากจำเป็นต้องรับฟังผู้เกี่ยวข้องหรือการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
3.2 ประเภท 2 หมายถึง กฎหมายที่มีเนื้อหาเป็นการกำหนดองค์กร หรือโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งกระทบต่อกระบวนการการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงกฎหมายที่ต้องทบทวนหลักการให้แตกต่างจากหลักการเดิม และต้องการวางกลไกทางกฎหมายมากเป็นพิเศษ หรือมีข้อโต้แย้งมากจำเป็นต้องพิจารณาให้ได้ข้อยุติก่อน
3.3 ประเภท 3 หมายถึง กฎหมายที่ต้องมีขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามพันธะข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
3.4 ประเภท 4 หมายถึง กฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ และติดตามทบทวนวิทยาการใหม่ ๆ
3.5 ประเภท 5 หมายถึง กฎหมายในลักษณะที่จะต้องจัดทำกฎหมายอื่นให้สอดคล้องไปในคราวเดียวกันหลายฉบับหรือมีลักษณะเป็นประมวลกฎหมาย
3.6 ประเภท 6 หมายถึง กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้ายที่มีลักษณะยุ่งยากและซับซ้อนต้องตรวจสอบความทับซ้อนกฎหมายอื่นจำนวนมาก มีกระบวนการตรวจพิจารณามากกว่ากฎหมายปกติ
4. การนับจำนวนเรื่องรับเข้า หมายถึง เรื่องที่ยังอยู่ในเวลามาตรฐาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
Øกฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ก.ค. 62 – 30 มิ.ย. 63
Øกฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 เม.ย. 62 – 31 มี.ค. 63
Øกฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 – 30 ก.ย. 62
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นับจำนวนเรื่องเข้าเฉพาะกฎหมายขนาดสั้นและขนาดกลาง โดยนับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 62
ส่วนจำนวนเรื่องของกฎหมายขนาดยาวเป็นเรื่องค้างในตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละความสำเร็จของการเร่งรัดการตรวจพิจารณาเรื่องค้างดำเนินการ
ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
สูตรการคำนวน
จำนวนเรื่องที่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด x 100 /จำนวนเรื่องรับเข้า
1.1 กฎหมายแม่บท
หมายเหตุ
•เกณฑ์การประเมินนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่จะใช้ต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป
•ใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ยังเป็นการประเมินด้วยเงื่อนไขตัวชี้วัดเดิมมากำหนดเป็นเกณฑ์การประเมินในปีนี้ภายใต้เงื่อนไขการรับเรื่องที่กำหนดขึ้นมาใหม่
•มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการรับเรื่อง เนื่องจากได้มีการเพิ่มตัวชี้วัดที่ 1.2 เพื่อเป็นการวัดการเร่งรัดการตรวจพิจารณาดำเนินงานเรื่องค้างดำเนินการก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
1.2 กฎหมายลูกบท
หมายเหตุ
•ยังไม่กำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐาน เหมือนตัวชี้วัดที่ 1.1 เนื่องจากผลการดำเนินงานยังไม่คงที่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก
•ใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ยังเป็นการประเมินด้วยเงื่อนไขตัวชี้วัดเดิมมากำหนดเป็นเกณฑ์การประเมินในปีนี้ภายใต้เงื่อนไขการรับเรื่องที่กำหนดขึ้นมาใหม่
•มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการรับเรื่อง เนื่องจากได้มีการเพิ่มตัวชี้วัดที่ 1.2 เพื่อเป็นการวัดการเร่งรัดการตรวจพิจารณาดำเนินงานเรื่องค้างดำเนินการก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
รายละเอียดตัวชี้วัด
1. การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะดำเนินการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย โดยแยกประเมินตามลำดับกฎหมาย 2 ประเภท แบ่งเป็น 2 ตัวชี้วัดย่อย
1.1 กฎหมายแม่บท ได้แก่ พระราชบัญญัติ
1.2 กฎหมายลูกบท ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง/ต่ำกว่า
2. โดยกำหนดมาตรฐานระยะเวลาแล้วเสร็จ ดังนี้
2.1 กฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
2.2 กฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
2.3 กฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
2.4 กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้าย ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายปกติไม่เกิน 4 เดือน แผนที่มากกว่า 1 แผ่น ไม่เกิน 6 เดือน มีปัญหาความยุ่งยาก ไม่เกิน 8 เดือน
3. ร่างกฎหมายที่ไม่นำมานับเป็นผลการดำเนินงาน โดยมีเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการพิจารณาปกติ เรียกว่า ประเภทของกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษ จำนวน 6 ประเภท ดังนี้
3.1 ประเภท 1 หมายถึง กฎหมายที่มีผลกระทบในทางสังคมหรือเศรษฐกิจเป็นอย่างมากจำเป็นต้องรับฟังผู้เกี่ยวข้องหรือการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
3.2 ประเภท 2 หมายถึง กฎหมายที่มีเนื้อหาเป็นการกำหนดองค์กร หรือโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งกระทบต่อกระบวนการการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงกฎหมายที่ต้องทบทวนหลักการให้แตกต่างจากหลักการเดิม และต้องการวางกลไกทางกฎหมายมากเป็นพิเศษ หรือมีข้อโต้แย้งมากจำเป็นต้องพิจารณาให้ได้ข้อยุติก่อน
3.3 ประเภท 3 หมายถึง กฎหมายที่ต้องมีขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามพันธะข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
3.4 ประเภท 4 หมายถึง กฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ และติดตามทบทวนวิทยาการใหม่ ๆ
3.5 ประเภท 5 หมายถึง กฎหมายในลักษณะที่จะต้องจัดทำกฎหมายอื่นให้สอดคล้องไปในคราวเดียวกันหลายฉบับหรือมีลักษณะเป็นประมวลกฎหมาย
3.6 ประเภท 6 หมายถึง กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้ายที่มีลักษณะยุ่งยากและซับซ้อนต้องตรวจสอบความทับซ้อนกฎหมายอื่นจำนวนมาก มีกระบวนการตรวจพิจารณามากกว่ากฎหมายปกติ
4. การนับจำนวนเรื่องรับเข้า หมายถึง เรื่องที่ยังอยู่ในเวลามาตรฐาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
Øกฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ก.ค. 62 – 30 มิ.ย. 63
Øกฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 เม.ย. 62 – 31 มี.ค. 63
Øกฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 – 30 ก.ย. 62
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นับจำนวนเรื่องเข้าเฉพาะกฎหมายขนาดสั้นและขนาดกลาง โดยนับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 62
ส่วนจำนวนเรื่องของกฎหมายขนาดยาวเป็นเรื่องค้างในตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละความสำเร็จของการเร่งรัดการตรวจพิจารณาเรื่องค้างดำเนินการ
ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จในการตรวจพิจารณากฎหมายแล้วเสร็จตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย 1.1 กฎหมายแม่บท | 83.33 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
1. การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาจะดำเนินการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จตามที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย โดยแยกประเมินตามลำดับกฎหมาย 2 ประเภท แบ่งเป็น 2 ตัวชี้วัดย่อย
1.1 กฎหมายแม่บท ได้แก่ พระราชบัญญัติ
1.2 กฎหมายลูกบท ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง/ต่ำกว่า
2. โดยกำหนดมาตรฐานระยะเวลาแล้วเสร็จ ดังนี้
2.1 กฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
2.2 กฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
2.3 กฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
2.4 กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้าย ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายปกติไม่เกิน 4 เดือน แผนที่มากกว่า 1 แผ่น ไม่เกิน 6 เดือน มีปัญหาความยุ่งยาก ไม่เกิน 8 เดือน
3. ร่างกฎหมายที่ไม่นำมานับเป็นผลการดำเนินงาน โดยมีเหตุผลที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการพิจารณาปกติ เรียกว่า ประเภทของกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษ จำนวน 6 ประเภท ดังนี้
3.1 ประเภท 1 หมายถึง กฎหมายที่มีผลกระทบในทางสังคมหรือเศรษฐกิจเป็นอย่างมากจำเป็นต้องรับฟังผู้เกี่ยวข้องหรือการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
3.2 ประเภท 2 หมายถึง กฎหมายที่มีเนื้อหาเป็นการกำหนดองค์กร หรือโครงสร้างทางการเมือง ซึ่งกระทบต่อกระบวนการการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงกฎหมายที่ต้องทบทวนหลักการให้แตกต่างจากหลักการเดิม และต้องการวางกลไกทางกฎหมายมากเป็นพิเศษ หรือมีข้อโต้แย้งมากจำเป็นต้องพิจารณาให้ได้ข้อยุติก่อน
3.3 ประเภท 3 หมายถึง กฎหมายที่ต้องมีขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามพันธะข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
3.4 ประเภท 4 หมายถึง กฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ และติดตามทบทวนวิทยาการใหม่ ๆ
3.5 ประเภท 5 หมายถึง กฎหมายในลักษณะที่จะต้องจัดทำกฎหมายอื่นให้สอดคล้องไปในคราวเดียวกันหลายฉบับหรือมีลักษณะเป็นประมวลกฎหมาย
3.6 ประเภท 6 หมายถึง กฎหมายที่มีแผนที่แนบท้ายที่มีลักษณะยุ่งยากและซับซ้อนต้องตรวจสอบความทับซ้อนกฎหมายอื่นจำนวนมาก มีกระบวนการตรวจพิจารณามากกว่ากฎหมายปกติ
4. การนับจำนวนเรื่องรับเข้า หมายถึง เรื่องที่ยังอยู่ในเวลามาตรฐาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
Øกฎหมายขนาดสั้น (จำนวนตั้งแต่ 1 - 10 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 3 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ก.ค. 62 – 30 มิ.ย. 63
Øกฎหมายขนาดกลาง (จำนวนตั้งแต่ 11 - 20 มาตรา/ข้อ) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 6 เดือน
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 เม.ย. 62 – 31 มี.ค. 63
Øกฎหมายขนาดยาว (จำนวนตั้งแต่ 21 มาตรา/ข้อ ขึ้นไป) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายไม่เกิน 1 ปี
-> นับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 – 30 ก.ย. 62
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 นับจำนวนเรื่องเข้าเฉพาะกฎหมายขนาดสั้นและขนาดกลาง โดยนับเรื่องรับเข้าตั้งแต่ 1 ต.ค. 62
ส่วนจำนวนเรื่องของกฎหมายขนาดยาวเป็นเรื่องค้างในตัวชี้วัดที่ 2 ร้อยละความสำเร็จของการเร่งรัดการตรวจพิจารณาเรื่องค้างดำเนินการ
ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จในการตรวจพิจารณากฎหมายแล้วเสร็จตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย 1.2 กฎหมายลูกบท | 64.53 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
การดำเนินการเร่งรัดการตรวจพิจารณาเรื่องการค้างดำเนินการของ 1) กฎหมายแม่บท ได้แก่ พระราชบัญญัติ 2) กฎหมายลูกบท ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา และกฎกระทรวง/ต่ำกว่า และ 3) ความเห็นทางกฎหมายประเภททั่วไปทั่วไป ที่ไม่สามารถตรวจพิจารณาได้แล้วเสร็จตามกรอบเวลามาตรฐานการตรวจพิจารณาปกติ และต้องดำเนินงาน ณ 30 กันยายน 2562 จำนวน 231 เรื่อง แบ่งเป็น
1. กฎหมายแม่บท จำนวน 33 เรื่อง
2. กฎหมายลูกบท จำนวน 171 เรื่อง
3. ความเห็นทางกฎหมายประเภททั่วไป จำนวน 27 เรื่อง
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จของการเร่งรัดการตรวจพิจารณาดำเนินงานเรื่องค้างดำเนินการก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 | 80.95 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
เป็นการวัดความสำเร็จของการให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายหรือที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมาย เพื่อการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐ หรือวางระเบียบปฏิบัติราชการให้ชัดเจน หรือเป็นการวินิจฉัยข้อโต้แย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐให้เป็นที่ยุติ ในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับ กระบวนการยุติธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ การเงินการคลัง การบริหารราชการแผ่นดิน พาณิชย์ อุตสาหกรรม การศึกษาวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการคมนาคม โดยกำหนดมาตรฐานระยะเวลาแล้วเสร็จไว้จำนวน 53 วัน
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จของการให้ความเห็นทางกฎหมายประเภทความเห็นทั่วไป | 63.91 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
•ตามบทบัญญัติมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ผลอันพึงประสงค์ที่ 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็นรวมทั้งมีกลไกการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจำเป็นต้องจัดทำแนวทางการตรวจสอบความจำเป็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำนักงานฯ นำแนวทางการตรวจสอบความจำเป็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายเข้าคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนากฎหมายเรียบร้อยแล้ว และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำนักงานฯ จะต้องดำเนินการเสนอแนวทางการตรวจสอบความจำเป็นฯ ดังกล่าว ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อผ่านความเห็นชอบ และประกาศใช้ต่อไป
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายมีผลใช้บังคับ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีการเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ภายในเดือน .... | ผ่าน |
| แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายมีผลใช้บังคับ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีการเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ภายในเดือน .... | ผ่าน |
| แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายมีผลใช้บังคับ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีการเผยแพร่และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ ภายในเดือน .... | ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17, 24 และ 31 สิงหาคม 2563 ได้เห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐในการบริหารราชการและการให้บริการประชาชนรองรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) รวมทั้งมาตรการดูแลและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีภารกิจในการเร่งรัดการตรวจพิจารณากฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรรีดังกล่าว
เงื่อนไข
เรื่องที่นำมานับเป็นผลการดำเนินงาน หมายถึง ร่างกฎหมายและความเห็นทางกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| การตรวจพิจารณากฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) | 98.15 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 เห็นชอบเรื่อง การปรับแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ โดยไม่ต้องนำผลการดำเนินงานของส่วนราชการมาประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีผลกระทบต่อการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ทำให้การคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีความไม่แน่นอน ไม่สะท้อนกับผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพของส่วนราชการฯ ได้ หากเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระยะที่สองหรือเกิดสภาวะวิกฤติอื่น ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการติดตาม (Monitoring) แต่จะไม่นำมาประเมินผล และให้ส่วนราชการถอดบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาในสภาวะวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) และให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หากเกิดสภาวะวิกฤตในอนาคต
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานในภาพรวม/ผลกระทบที่ได้รับ | 100 |
| 2. การแก้ไขปัญหา/การดำเนินการของหน่วยงานเพื่อลดผลกระทบ | 100 |
| 3. ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงาน | 100 |
| 4. ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต | 100 |