รายงานผลการประเมิน
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
เป็นตัวชี้วัดที่ช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง โดยการติดตาม แจ้งเตือน ประเมินสถานการณ์ ระงับยับยั้ง ป้องกันและแก้ไขปัญหา และรับมือกับภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง เสริมสร้างผลประโยชน์ของชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน การพัฒนาระบบงานด้านการข่าวที่มีประสิทธิภาพ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ การข่าวกรองและการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคง
นิยาม “รายงานข่าวกรองที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคง” หมายถึง
1) รายงานข่าวกรองด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ที่ให้ข้อพิจารณา นโยบาย มาตรการ ข้อเสนอแนะ ที่เสนอต่อผู้บริหารระดับกำหนดนโยบาย (นายกรัฐมนตรี/รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง) หน่วยงานและหน่วยปฏิบัติ
2) ผู้บริหารระดับกำหนดนโยบายใช้ประโยชน์จากรายงานข่าวกรอง ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม ที่ให้ข้อพิจารณา คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ โดยการสั่งการ/มอบหมาย ผู้รับผิดชอบ หน่วยรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง
โดยจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์จากรายงานข่าวกรอง ดังนี้
1)นำไปประกอบการตัดสินใจสั่งการเชิงนโยบาย
2)นำไปกำหนดทิศทางหรือนโยบายของรัฐบาล นำไปจัดทำแผน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3)นำไปประกอบการตัดสินใจปฏิบัติงานในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
4)ใช้เป็นข้อมูลสำคัญที่มีส่วนช่วยลดความรุนแรงของเหตุการณ์/สถานการณ์ความไม่สงบ
ขอบเขตการประเมินผล : ประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ข่าวต่อรายงานข่าวกรองที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ โดยการจัดเก็บผลการตอบแบบสอบถาม
ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ติดตามประเมินผลรอบ 12 เดือน และการใช้ข้อมูล feedback อาทิ ข้อสั่งการของนรม./รอง นรม.ด้านความมั่นคง)
ผู้ใช้ข่าว หมายถึง ผู้ใช้ข่าวระดับนโยบาย และหัวหน้าหน่วยงานในประชาคมข่าวกรอง จำนวนทั้งสิ้น 15 ท่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้
1)ผู้ใช้ข่าวระดับนโยบาย จำนวน 4 ท่าน ได้แก่
1.1 นายกรัฐมนตรี
1.2 รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ)
1.3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มท.)
1.4 เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (ลมช.)
2)หัวหน้าหน่วยงานในประชาคมข่าวกรอง จำนวน 11 ท่าน ได้แก่
2.1 กระทรวงกลาโหม 4 ท่าน คือ เจ้ากรมข่าวทหาร เจ้ากรมข่าวทหารบก เจ้ากรมข่าวทหารเรือ เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ
2.2 กระทรวงมหาดไทย (ปลัดฯ มท.)
2.3 กระทรวงการต่างประเทศ (ปลัดฯ กต.)
2.4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
2.5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (เลขาธิการ กอ.รมน.)
2.6 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ป.ป.ง.)
2.7 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.)
2.8 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (เลขาธิการ สศช.)
รายงานข่าวกรองตามประเด็นความมั่นคง ได้แก่
1. ข่าวกรองด้านความมั่นคงภายในประเทศ
2. ข่าวกรองเพื่อการป้องกันการบ่อนทำลายสถาบันหลัก
3. ข่าวกรองเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศรอบบ้านและตามแนวชายแดน
4. ข่าวกรองเพื่อป้องกัน ลดการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
5. ข่าวกรองเพื่อการลดขีดความสามารถของกระบวนการก่อความไม่สงบและสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่ จชต.
6.ข่าวกรองเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ
7.รายงานข่าวกรองประเด็นอื่นๆ อาทิ รายงานสรุปสถานการณ์ตามห้วงเวลา/เหตุการณ์เฉพาะเพื่อเป็นข้อมูลด้านความมั่นคง
การสำรวจความพึงพอใจ
การสำรวจความพึงพอใจ จะมีการดำเนินการสำรวจความพึงพอใจจากกลุ่มผู้ใช้ข่าวจำนวนทั้งสิ้น 15 ท่าน โดยแบ่งเป็นผู้ใช้ข่าวในระดับนโยบาย
จำนวน 4 ท่าน และหัวหน้าหน่วยงานประชาคมข่าวกรองจำนวน 11 ท่าน ทั้งนี้จะสอบถามในประเด็นความมั่นคงต่าง ๆ ทั้ง 7 ประเด็น ข้อคำถามในแต่ละประเด็นความมั่นคงอย่างน้อย 4 ข้อดังนี้ 1. ความถูกต้องของข่าวที่ส่งมอบ 2. ความครบถ้วนของข่าวที่ส่งมอบ 3. ความทันต่อเหตุการณ์ของข่าวที่ส่งมอบ 4. การประสานงานร่วมกันหน่วยงาน
กำหนดระดับความพึงพอใจเป็น 5 ระดับคะแนน พึงพอใจมาก พึงพอใจ ปานกลางพึงพอใจน้อย ไม่พึงพอใจ โดยการวัดระดับความพึงพอใจมีคะแนน
5 4 3 2 1 ตามลำดับ วิธีการประมวลผลคะแนนความพึงพอใจ นำคะแนนความพึงพอใจจากข้อคำถามแต่ละข้อ ของทุกข์ประเด็นความมั่นคงทั้ง 7 ประเด็นนำมาเฉลี่ยเป็นค่าคะแนนความพึงพอใจรวม แปลงผลคะแนนเป็นร้อยละ
สูตรการคำนวณ
ค่าคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย X 100 / 5
*ให้ดำเนินการสำรวจรอบเดียว โดยกำหนดช่วงเวลาการสำรวจเพื่อให้ได้ข้อสรุปผลความพึงพอใจ ภายในเดือนกันยายน 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความพึงพอใจของผู้ใช้ข่าวต่อรายงานข่าวกรองที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคง | 90.67 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
ตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เป็นการยกระดับงานข่าวกรอง เพื่อการป้องกันและสนับสนุนการแก้ไขภัยคุกคามต่อความมั่นคง โดยการดำเนินการข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองทางการสื่อสาร ประเด็นการบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ ผ่านการกระทำทางไซเบอร์ ใช้กรรมวิธีการเฝ้าตรวจภัยคุกคามทางไซเบอร์ จากนั้นสืบสวนขยายผล พิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่แท้จริงของเป้าหมายและปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคมออนไลน์ จนถึงการบูรณาการข้อมูลผลการสืบสวนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติการดำเนินการ ได้แก่ ยุติการกระทำ ปรับทัศนคติ จัดทำข้อตกลงร่วม และดำเนินคดี
นิยาม
“การขยายผล” ผลจากการติดตาม หมายถึง
1)การปิดกั้น ระงับยับยั้ง ขัดขวาง/การปฏิบัติงาน (Neutralization) การยุติการกระทำ (Negation) ของข่าวที่มีลักษณะเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ เนื้อหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือข่าวปลอม ซึ่งสามารถดำเนินการปิดกั้นผ่าน YouTube ได้สำเร็จ
2)ขยายผลการสืบสวน (Investigation) โดยการติดตามพฤติการณ์ และพิสูจน์ทราบเป้าหมาย/เพิ่มเติม จนนำไปสู่การขยายผลผ่านการบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคง ได้แก่ ตำรวจสันติบาล (ตร.ส.) ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) และเข้าดำเนินการยุติพฤติการณ์เครือข่ายหมิ่นสถาบันฯ ได้สำเร็จ
3)การดำเนินภารกิจต่อต้านข่าวกรอง (Counter Action) โดยกระบวนการสืบค้น ติดตาม พิสูจน์ทราบ สืบสวนจนยุติการกระทำของเป้าหมายด้วยการขัดขวางการปฏิบัติงาน ป้องกัน แก้ไข หรือดำเนินการยุติพฤติการณ์ของกลุ่มเป้าหมายที่บ่อนทำลายสถาบันหลัก
ขอบเขตการประเมิน :
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วัดผลจากร้อยละของข่าวที่มีการขยายผลการสืบสวนที่พิสูจน์ทราบและสามารถยุติการกระทำการบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติโดยปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมในสื่อสังคม ได้แก่ คลิปวิดีโอ และต้องมีการจัดทำรายงานผลการดำเนินการปฏิบัติการสืบสวน พิสูจน์ทราบ เป้าหมายบ่อนทำลายสถาบันฯ ที่เป็นผลการสืบสวน จนนำไปสู่การขยายผลผ่านการบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคง และสามารถยุติพฤติการณ์เครือข่ายหมิ่นสถาบันฯ ได้สำเร็จ พร้อมทั้งสรุปวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการดำเนินการเพื่อวางแผนพัฒนาปรับปรุงการดำเนินการต่อไป
วิธีการเก็บข้อมูล (ติดตามผลการดำเนินการรอบ 12 เดือน)
1)ผลการดำเนินการพิสูจน์ทราบเป้าหมาย/เครือข่าย บนสื่อออนไลน์
2)ผลการปฏิบัติต่อกลุ่ม/บุคคล/เครือข่ายจนสามารถป้องกัน แก้ไข หรือระงับยับยั้งการกระทำของฝ่ายตรงข้ามได้ตามเป้าหมาย
สูตรการคำนวณ
ร้อยละของข่าวที่มีการขยายผลการสืบสวนจนสามารถป้องกัน แก้ไข หรือระงับยับยั้งการกระทำของเป้าหมาย
= ( จำนวนข่าวที่มีการขยายผลการสืบสวนจนสามารถป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้งการกระทำของเป้าหมาย x 100 ) / จำนวนข่าวในประเด็นการบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติผ่านการกระทำทางไซเบอร์
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของข่าวที่มีการขยายผลการสืบสวนจนสามารถป้องกัน แก้ไข หรือระงับยับยั้งการกระทำของเป้าหมาย | 72.73 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
นิยาม
“ศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ (ศป.ข)” ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่นภายในประเทศ ได้แก่
1) สำนักงาน ศป.ข. กลาง (กทม.) กลุ่มที่ 4 ศปข. ภาค 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (จ.ขอนแก่น)
2) ศปข. ภาค 1 พื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก (จ.ชลบุรี) กลุ่มที่ 5 ศปข. ภาค 4 พื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน (จ.เพชรบุรี)
3) ศปข. ภาค 2 พื้นที่ภาคเหนือ (จ. เชียงใหม่) กลุ่มที่ 6 ศป.ข. ภาค 5 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (จ.ปัตตานี)
“การบูรณาการความร่วมมือ” หมายถึง การดำเนินการบูรณาการ อำนวยการ บริหารจัดการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อให้เกิดเอกภาพในการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยข่าวในประชาคมข่าวกรองกับหน่วยปฏิบัติ/หน่วยบังคับใช้กฎหมายผ่านกลไกศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ (ศป.ข.) เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์และปฏิบัติการด้านข่าวกรองทั้งในสถานการณ์ปกติและในการทำงานในลักษณะเฉพาะกิจ ส่งผลที่จะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์ที่คุกคามต่อการรักษาความมั่นคง ทั้งเหตุการณ์ร้ายแรง และความวุ่นวาย
“สถานการณ์ร้ายแรงและความวุ่นวาย” หมายถึง สถานการณ์ฉุกเฉินมีการก่อการร้าย สถานการณ์การก่อความไม่สงบ หรือมีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล โดยที่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที เช่น เหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ เป็นต้น
ขอบเขตการประเมิน ประเมินผลสำเร็จของการดำเนินการบูรณาการด้านการข่าว การเฝ้าระวังภัยคุกคามความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งในภาวะปกติและช่วงที่มีสถานการณ์หรือช่วงเทศกาลสำคัญ พระราชพิธี การประชุมหรืองานพิธีการสำคัญของรัฐ เพื่อสนับสนุนการป้องกัน ป้องปราม หรือแก้ไขสถานการณ์ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินรุนแรงเกิดขึ้น และปฏิบัติต่อเนื่องจนสิ้นสุดสถานกาณ์ (ยกเว้น สถานการณ์ความรุนแรงและไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอใน จ. สงขลา ได้แก่ อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย)
วิธีการเก็บข้อมูล ติดตามผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการบูรณาการของศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยประเมินผลจากจำนวนรายงานการประชุม การประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ รายงานแจ้งเตือนที่กระจายข่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกับกับประชาคมข่าวกรอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน
แหล่งที่มาของข้อมูล สรุปรายงานผลการดำเนินการของศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2563
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| เกิดสถานการณ์ เหตุการณ์ร้ายแรง และความวุ่นวาย แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ขยายตัวไปส่ความรุนแรง | 0 (ครั้ง) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 เห็นชอบเรื่อง การปรับแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ โดยไม่ต้องนำผลการดำเนินงานของส่วนราชการมาประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีผลกระทบต่อการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ทำให้การคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีความไม่แน่นอน ไม่สะท้อนกับผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพของส่วนราชการฯ ได้ หากเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระยะที่สองหรือเกิดสภาวะวิกฤติอื่น ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการติดตาม (Monitoring) แต่จะไม่นำมาประเมินผล และให้ส่วนราชการถอดบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาในสภาวะวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) และให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หากเกิดสภาวะวิกฤตในอนาคต
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานในภาพรวม/ผลกระทบที่ได้รับ | 100 |
| 2. การแก้ไขปัญหา/การดำเนินการของหน่วยงานเพื่อลดผลกระทบ | 0 |
| 3. ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงาน | 0 |
| 4. ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต | 0 |