รายงานผลการประเมิน
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
/ สำนักนายกรัฐมนตรี100
-
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย
- นิยาม ระดับคะแนนคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย 1) ความครบถ้วนของข้อมูลด้านกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบการวินิจฉัย 2) คุณภาพเนื้อหาการวิเคราะห์รายละเอียดในเชิงเปรียบเทียบหรือเทียบเคียงจากแหล่งข้อมูลด้านอื่น ๆ และ/หรือข้อมูลในอดีต 3) คุณภาพของข้อมูลมีความถูกต้องสูง (Validity) และมีความทันสมัย (Update) เพียงพอในการวินิจฉัย 4) คุณภาพความเห็นเชิงวิเคราะห์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
- ตัวชี้วัดนี้เป็นการสำรวจ/วัดความพึงพอใจในคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมีต่อข้อมูลประกอบคำวินิจฉัยซึ่งจัดทำโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
- วิธีการเก็บข้อมูล ทอดแบบสอบถามกับคณะรัฐมนตรี
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| คะแนนคุณภาพของข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี | 8.86 (คะแนน) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย : เป็นการวัดความสำเร็จของการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องรับทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด
นิยาม : ระยะเวลาที่กำหนด หมายถึง ระยะเวลาที่ใช้ในการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 3 วัน นับจากวันถัดจากวันประชุมคณะรัฐมนตรี
จำนวนมติคณะรัฐมนตรี หมายถึง เรื่องที่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทุกเรื่อง และรวมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุม คณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง
สูตรคำนวณ : จำนวนมติคณะรัฐมนตรีที่แจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องได้ภายใน 3 วัน X 100 / จำนวนมติคณะรัฐมนตรีทั้งหมด
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละของจำนวนมติคณะรัฐมนตรีที่แจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องภายในระยะเวลาที่กำหนด | 98.96 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย
• คณะรัฐมนตรีมีมติ (17 มกราคม 2560) เห็นชอบแนวทางการเผยแพร่กฎหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ตามมติคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ที่มอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่กฎหมายที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
• เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกฎหมายที่เป็นเรื่องสำคัญอยู่ในความสนใจของประชาชนและมีผลกระทบกับหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนโดยทั่วไป
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงได้จัดทำสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย วันที่มีผลใช้บังคับ เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี สามารถดาวน์โหลดกฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้
• “กฎหมาย” หมายความว่า รัฐธรรมนูญ (รธน.) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) พระราชบัญญัติ (พรบ.) ประมวลกฎหมาย (ป.) พระราชกำหนด (พรก.)
• สูตรคำนวณ : จำนวนกฎหมายตามนิยามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของ สลค. X 100 / จำนวนกฎหมายตาม นิยามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาทั้งหมด
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| ร้อยละความสำเร็จในการเผยแพร่กฎหมายเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ | 100.00 (ร้อยละ) |
รายละเอียดตัวชี้วัด
คำอธิบาย : เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการเผยแพร่กฏหมายสำคัญ
• คณะรัฐมนตรีมีมติ (7 มกราคม 2560) เห็นชอบแนวทางการเผยแพร่กฎหมายเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ ตามมติคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งขาติ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 ที่มอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่กฎหมายที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
• เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกฎหมายที่เป็นเรื่องสำคัญอยู่ในความสนใจของประชาชนและมีผลกระทบกับหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนโดยทั่วไป สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้จัดทำสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย วันที่มีผลใช้บังคับ เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สามารถดาวน์โหลดกฎหมายฉบับสมบูรณ์ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560
• การเผยแพร่กฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องคำนึงถึงกระบวนการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษาซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2547 ผ่านระบบสารสนเทศที่รองรับกระบวนการประกาศเรื่องฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ดี การดำเนินการเผยแพร่กฎหมายที่จะประกาศราชกิจจานุเบกษาที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคหลายประการ อาทิ กระบวนการตรวจสอบเรื่องที่จะลงประกาศราชกิจจานุเบกษาตามระเบียบฯ มีหลายขั้นตอน ไม่รองรับระบบสารสนเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับร่างกฎหมายที่จะลงประกาศมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและหลายเรื่องมีความเร่งด่วนในการบังคับใช้ ต้องประกาศให้ทันภายในกรอบระยะเวลา จึงอาจเกิดความล่าช้าในการประกาศได้ นอกจากนี้ กระบวนการนำเรื่องลงประกาศยังดำเนินการในรูปแบบ ขั้นตอน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเดิมที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเหมาะสมกับช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ดี การใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าวมีขั้นตอนมาก ซับซ้อน และปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ขาดระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูล มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง และในอนาคตหากไม่สามารถบำรุงรักษาต่อไปได้จะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการลงประกาศและเผยแพร่ข้อมูลราชกิจจานุเบกษา ในขณะที่ข้อมูลราชกิจจานุเบกษาเป็นข้อมูลสำคัญที่จะต้องเผยแพร่ได้ตามเวลาที่กำหนดเพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ข้อมูลดังกล่าว
• จากปัญหาอุปสรรคข้างต้น จำเป็นอย่างยิ่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องปรับปรุงกระบวนการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษาให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยจะมีการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2547 และพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ส่วนราชการสามารถประกาศเรื่องได้เอง ซึ่งจะทำให้การประกาศเรื่องทำได้รวดเร็วขึ้น คล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการประกาศเรื่องผ่านแพลตฟอร์มกลาง และใช้สำหรับจัดการฐานข้อมูลราชกิจจานุเบกษาให้มีความถูกต้อง ทันสมัย สืบค้นได้ง่าย มีความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลระดับสูง มีระบบสนับสนุน (back office) ที่ช่วยลดขั้นตอน ลดการใช้กำลังคน สามารถเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการรับรู้เข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับส่วนราชการที่ต้องการใช้ข้อมูลดังกล่าว
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| - ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ..... - ออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรองรับการประกาศเรื่องผ่านแพลตฟอร์มกลางฯ | ผ่าน |
| ปรับปรุงแก้ไขกระบวนการ หลักเกณฑ์ แนวทาง และร่างระเบียบฯ ตามประเด็นที่ได้จากการสัมมนา และนำเสนอรอง นรม. ที่กำกับดูแล | ไม่ผ่าน |
| - ปรับปรุงแก้ไขกระบวนการ หลักเกณฑ์ แนวทาง และร่างระเบียบฯ ตามประเด็นที่ได้จากการสัมมนา และนำเสนอรอง นรม. ที่กำกับดูแลเห็นชอบ - โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการประกาศเรื่องผ่านแพลตฟอร์มกลางฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2564 | ไม่ผ่าน |
รายละเอียดตัวชี้วัด
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 เห็นชอบเรื่อง การปรับแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ โดยไม่ต้องนำผลการดำเนินงานของส่วนราชการมาประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีผลกระทบต่อการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ทำให้การคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีความไม่แน่นอน ไม่สะท้อนกับผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพของส่วนราชการฯ ได้ หากเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระยะที่สองหรือเกิดสภาวะวิกฤติอื่น ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการติดตาม (Monitoring) แต่จะไม่นำมาประเมินผล และให้ส่วนราชการถอดบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาในสภาวะวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) และให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หากเกิดสภาวะวิกฤตในอนาคต
| ประเด็นการประเมิน | ผลการดำเนินงาน |
|---|---|
| 1. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานในภาพรวม/ผลกระทบที่ได้รับ | 100 |
| 2. การแก้ไขปัญหา/การดำเนินการของหน่วยงานเพื่อลดผลกระทบ | 100 |
| 3. ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงาน | 100 |
| 4. ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต | 100 |