รายงานผลการประเมิน

สำนักงบประมาณ

/ สำนักนายกรัฐมนตรี
น้ำหนัก
100
คะแนนการประเมิน
สรุปผลการประเมิน
-

รายละเอียดตัวชี้วัด

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 142 บัญญัติให้การเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาต่าง ๆ

      - พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 5 กำหนดให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และมาตรา 10 กำหนดให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทำแผนแม่บท เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ

      - พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 19 (1) กำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณมีหน้าที่และอำนาจกำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณใช้เป็นแนวทางในการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี

      - มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 มอบหมายให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ดำเนินการตรวจสอบว่า แผนงาน/โครงการต่าง ๆ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ               มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิบัติราชการกระทรวงหรือไม่ เป็นระยะ ๆ และคู่ขนานตามปฏิทินการจัดทำแผนแม่บท และให้รายงานรัฐมนตรี
เจ้าสังกัดและสำนักงบประมาณทราบ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการด้านการงบประมาณที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทด้านต่าง ๆ

      - มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 เห็นชอบมาตรการด้านการงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท เพื่อเตรียมการรองรับการขับเคลื่อน
ยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท ในการใช้จ่ายและก่อหนี้ผูกพันตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ

      ดังนั้น ความสำเร็จของการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการคลังประการสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คือ การจัดสรรงบประมาณที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการดำเนินงาน การพัฒนาและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของภาครัฐ ผ่านการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และ 1 รายการ โดยพิจารณาว่า หากมีการปรับลดและแปรญัตติเพิ่มวงเงินการจัดสรรงบประมาณในขั้นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ควรมีอัตราที่ต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยการปรับลดและแปรญัตติเพิ่มวงเงินการจัดสรรงบประมาณ ฯ 10 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2553-2562)

ขอบเขตการประเมิน

   ประเมินอัตราการปรับลดและแปรญัตติเพิ่ม ของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เมื่อเทียบกับอัตราเป้าหมายที่กำหนด ทั้งนี้ อัตราเป้าหมายกำหนดจากข้อมูลการปรับลดและแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี 10 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2553-2562)

สูตรคำนวณ           

ร้อยละการปรับลดและแปรญัตติเพิ่มวงเงินการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมและสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ = วงเงินปรับลดและแปรญัตติเพิ่ม ปี 2564)  X 100  / ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2564    

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละของการปรับลดและแปรญัตติเพิ่มวงเงินการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมและสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 0.97 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

•นิยาม - ค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐ หมายถึง งบประมาณรายจ่ายประจำปีในแผนงานบุคลากรภาครัฐ เฉพาะกลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากร ซึ่งไม่รวมงบกลาง 5 รายการ  ทั้งนี้ เนื่องจาก โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำแนกงบประมาณรายจ่ายเป็น 7 กลุ่มงบประมาณ โดยมีกลุ่มงบประมาณรายจ่ายงบกลางแยกต่างหาก

•สูตรคำนวณ : สัดส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐ  =    กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากร x 100 /  วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี

•วิธีการเก็บข้อมูล ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
สัดส่วนค่าใช้จ่ายบุคลากรของรัฐต่องบประมาณรายจ่ายประจำปีลดลง 23.81 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

   ระบบสารสนเทศด้านการงบประมาณหลัก ประกอบด้วย 1) ระบบ e-Budgeting ใช้จัดทำคำขอ และพิจารณางบประมาณ 2) ระบบ BB EvMIS ใช้จัดทำแผน/ผลการปฏิบัติงาน และการใช้จ่ายงบประมาณ และ 3) ระบบ BBL ใช้จัดทำคำขอ และแผน/ผลฯ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระบบสนับสนุนอื่น ๆ

•มีระบบสารสนเทศด้านการงบประมาณ ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดทำ และบริหารงบประมาณ ได้อย่างถูกต้อง ทันตามกำหนดเวลา

•มีแผนการพัฒนาและปรับปรุงระบบสารสนเทศด้านการงบประมาณที่มีมุ่งสู่ความเป็นเลิศใน ระบบปฏิบัติงาน (Operational Excellence)

•มีการเชื่อมต่อข้อมูล พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ และผลการใช้จ่ายงบประมาณ กับระบบ GFMIS

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละความพึงพอใจของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อการจัดทำและบริหารงบประมาณ 71.32 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

•นิยาม

     พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 20 การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องดำเนินการหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (1) งบประมาณรายจ่ายลงทุน ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลงบประมาณรานจ่ายประจำปีนั้น

      รายจ่ายลงทุน หมายถึง รายจ่ายที่รัฐบาลจ่ายเพื่อจัดหาทรัพย์สินประเภททุน ทั้งที่มีตัวตน เช่น ครุภัณฑ์ ที่ดิน อาคาร สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นต้น และทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสัมปทานอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน เป็นต้น ตลอดจนรายจ่ายที่รัฐบาลอุดหนุนหรือโอนให้แก่บุคคล องค์กร หรือรัฐวิสาหกิจ โดยผู้รับไม่ต้องจ่ายคืนให้รัฐบาลและผู้รับนำไปใช้จัดหาทรัพย์สินประเภททุน นอกจากนี้ รายจ่ายลงทุนยังรวมถึงรายจ่ายที่รัฐบาลจ่ายอุดหนุนเพื่อชดใช้ค่าเสียหายหรือถูกทำลายของทรัพย์สินประเภททุน และรายจ่ายเพื่อการเพิ่มทุนทรัพย์ทางการเงิน โดยผู้รับตั้งใจนำไปลงทุน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
สัดส่วนรายจ่ายลงทุนต่องบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 20.45 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

• พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 หมวด 7 การประเมินผลและการรายงาน กำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณจัดวางระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการวัดผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ โดยในระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้ประกอบด้วย การติดตามและประเมินผลก่อนการจัดสรรงบประมาณ ระหว่างการใช้งบประมาณ และภายใหลังการใช้จ่ายงบประมาณ

• ความสำเร็จของการใช้จ่ายงบประมาณ  พิจารณาจากความสามารถในการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามเป้าหมาย และหรือแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล หากมีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณระหว่างปี  จะนำยอดงบประมาณหลังโอนเปลี่ยนแปลงแล้วมาเป็นฐานในการคำนวณ ทั้งนี้ ไม่รวมเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมระหว่างปีงบประมาณ

• ข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณ  หมายรวมถึง  ข้อมูลการก่อหนี้และการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่าย

• ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน พิจารณาจากความสามารถในการติดตามเร่งรัดให้หน่วยรับงบประมาณสามารถดำเนินการก่อหนี้และเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุน (ไม่รวมงบกลาง) ได้ตามเป้าหมายและหรือแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล

• ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายภาพรวม  พิจารณาจากความสามารถในการติดตามเร่งรัดให้หน่วยรับงบประมาณสามารถดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณภาพรวม (ไม่รวมงบกลาง) ตามเป้าหมายและหรือแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล (ไม่รวมงบกลาง)

เหตุผลในการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลรายละเอียดร่างตัวชี้วัดฯ

เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ประกาศใช้บังคับไม่ทันในวันที่ 1 ตุลาคม 2562  อันเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำนักงบประมาณจึงได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพัน ภายใต้กรอบวงเงินของแผนงานและรายการตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (การใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ไปพลางก่อน) ซึ่งอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ส่งผลให้ระยะเวลาในการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนปีเดียวและรายการผูกพันใหม่มีระยะเวลาในการดำเนินงานเหลือเพียง 8 เดือน ซึ่งคาดว่าผลการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนอาจต่ำกว่าค่ามาตรฐานในปีที่ผ่านมา จึงเห็นสมควรปรับเกณฑ์การประเมิน เป้าหมายขั้นต้น และเป้าหมายมาตรฐาน ของตัวชี้วัดย่อยร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายภาพรวม และร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน โดยอ้างอิงจากผลการดำเนินงานในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงบประมาณสามารถดำเนินการได้โดยคงเป้าหมายขั้นสูง ไว้ที่ร้อยละ 100 เช่นเดิม

รายละเอียดตัวชี้วัด

ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายภาพรวม

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายภาพรวม 99.31 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
ร้อยละการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน 98.19 (ร้อยละ)

รายละเอียดตัวชี้วัด

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 เห็นชอบเรื่อง การปรับแนวทางการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ โดยไม่ต้องนำผลการดำเนินงานของส่วนราชการมาประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มีผลกระทบต่อการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ ทำให้การคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีความไม่แน่นอน ไม่สะท้อนกับผลการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพของส่วนราชการฯ ได้ หากเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระยะที่สองหรือเกิดสภาวะวิกฤติอื่น ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเพื่อใช้ในการติดตาม (Monitoring) แต่จะไม่นำมาประเมินผล และให้ส่วนราชการถอดบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบและการแก้ไขปัญหาในสภาวะวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) และให้สำนักงาน ก.พ.ร. สรุปบทเรียนในการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมของส่วนราชการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ หากเกิดสภาวะวิกฤตในอนาคต

ประเด็นการประเมิน ผลการดำเนินงาน
1. ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานในภาพรวม/ผลกระทบที่ได้รับ 100
2. การแก้ไขปัญหา/การดำเนินการของหน่วยงานเพื่อลดผลกระทบ 0
3. ปัจจัยความสำเร็จในการดำเนินงาน 0
4. ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 0